ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดและกำหนดมาตรการรับมือ หลังเกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากธนาคาร บริษัทการเงิน และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา
สำนักงานคณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) ระบุว่า อี อ็อก-วอน ประธาน FSC ได้เรียกประชุมฉุกเฉินร่วมกับสมาคมในอุตสาหกรรมการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบเมื่อวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) ที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าภาคการเงินต้องรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยความระมัดระวังในระดับสูงสุด
อี อ็อก-วอน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุอาจใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการโจมตี พร้อมเรียกร้องให้ใช้แนวทาง AI ป้องกันการโจมตีด้วย AI รวมถึงยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของภาคการเงินในวงกว้าง
สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า การประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์มีขึ้นหลังจากการหารือในลักษณะเดียวกันเมื่อวันศุกร์ (2 ต.ค.) โดย FSC ระบุว่า ธนาคารชินฮันและธนาคารเคบี กุกมิน รวมถึงสถาบันการเงินอื่น ๆ รายงานว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ธนาคารฮานาและธนาคารอูรีก็ได้รับผลกระทบจากเหตุข้อมูลรั่วไหลเช่นกัน
หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเข้าตรวจสอบสถานที่จริง หลังธนาคารชินฮันรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหลเมื่อวันที่ 30 ก.ย. และต่อมาได้ขยายการตรวจสอบไปยังเหตุการณ์อื่น ๆ ที่มีการรายงานเพิ่มเติม
FSC สั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยอย่างครอบคลุม เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าถึงระบบ ลดการเชื่อมต่อจากระบบภายนอกให้น้อยที่สุด และยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ จะมีการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการโจมตี หมายเลขไอพี และข้อมูลภัยคุกคามอื่น ๆ ระหว่างสถาบันการเงินอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติม
หน่วยงานกำกับดูแลเชื่อว่า การโจมตีดังกล่าวอาจเป็นการตรวจสอบระบบของบริษัทการเงินหลายแห่งเพื่อค้นหาจุดอ่อน มากกว่าการมุ่งโจมตีสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ ขณะที่ทราฟฟิกการโจมตีมีต้นทางจากหมายเลขไอพีในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม และอังกฤษ
สื่อเกาหลีใต้หลายแห่งรายงานว่า การประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ได้ถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นจากกำหนดเดิมในวันที่ 7 ต.ค. หลังตรวจพบเหตุข้อมูลรั่วไหลเพิ่มเติมในสถาบันการเงินระดับรอง
ขณะที่พรรคพลังประชาชน (People Power Party) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โดยอ้างถึงเหตุโจมตีทางไซเบอร์ในอดีตที่มีการกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้ก่อเหตุและมุ่งเป้าไปยังสถาบันการเงินของเกาหลีใต้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์