แบงก์ชาติอิตาลี-เยอรมนีชี้ทองคำยังคงเป็นทุนสำรองหลัก แม้บอนด์ยีลด์พุ่งแรง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday October 6, 2026 10:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางอิตาลีและเยอรมนีมองว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำรองทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ก็ตาม

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

เซอร์จิโอ นิโคเลตติ อัลติมารี รองผู้ว่าการธนาคารอิตาลี กล่าวในการประชุมประจำปีของสมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน (LBMA) ที่เมืองซอร์เรนโต ประเทศอิตาลี ในวันจันทร์ (5 ต.ค.) ว่า ทองคำคือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งพิสูจน์ได้จากผลงานในช่วงที่ผ่านมาและในวิกฤตการณ์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งบทบาทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูง และความกังวลเกี่ยวกับการแตกกลุ่มทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าอุปสงค์ทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าจะชะลอตัวลง 15% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 720 เมตริกตันในปี 2569 ตามการคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.ของเมทัลส์ โฟกัส (Metals Focus) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา แต่ปริมาณดังกล่าวยังคงสูงกว่าระดับก่อนปี 2565

อัลติมารีกล่าวในเรื่องนี้ว่า โครงสร้างของตลาดทองคำมีการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ อุปสงค์ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่สูงและการขยายตัวทางการคลัง ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์แบบผกผัน (Inverse Relationship) ดั้งเดิมระหว่างทองคำและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงนั้น อ่อนแอลง โดยเฉพาะในปีที่แล้วและช่วงต้นปีนี้ ความสัมพันธ์แบบผกผันดั้งเดิมได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ โยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) กล่าวว่า แม้อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับพันธบัตรเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นในมุมมองของผู้จัดการกองทุนสำรอง แต่การกระจายความเสี่ยงด้วยการถือครองทองคำยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ และความเสี่ยงด้านเครดิตอันเนื่องมาจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง

ด้านนักวิเคราะห์หลายรายมองว่า แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลงราว 4% ในปีนี้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี แต่ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางและอุปสงค์สินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งช่วยพยุงราคาให้อยู่เหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ไว้ได้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ