นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและความต้องการช่วยเหลือของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม(ณ5 ต.ค.) ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด สถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย มูลค่าความเสียหายรวมในเบื้องต้น กว่า 2,137 ล้านบาท
เบื้องต้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหายประมาณ 180190 แห่ง มูลค่าราว 1,7001,800 ล้านบาท แต่ยังต้องสำรวจเพิ่มเติม สิ่งสำคัญขณะนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ต้องรู้ให้ชัดว่าใครเสียหายหนัก ใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และต้องช่วยเหลือในรูปแบบใด เพื่อจัดทรัพยากรของกระทรวงเข้าไปช่วยได้ตรงจุดนายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้อสจ. ทุกจังหวัดเร่งแยกกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะรายที่เครื่องจักรเสียหายเต็ม 100% หรือมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว พร้อมจัดทำชื่อและช่องทางติดต่อเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ
สำหรับการช่วยเหลือด้านการเงิน กระทรวงได้ประสานสถาบันการเงิน กองทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู และเงินทุนสำหรับซ่อมแซมอาคารและเครื่องจักร โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) รายงานว่ามีลูกค้าได้รับผลกระทบโดยตรงใน 37 จังหวัด 918 ราย และนอกพื้นที่ประกาศอีก 66 ราย รวม 984 ราย
ล่าสุดทางธนาคารได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว 311 ราย ครอบคลุมเงินต้นประมาณ 992 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้สามารถดำเนินการได้เต็มวงเงินและนานสูงสุด 12 เดือน ทั้งยังมีผู้ประกอบการที่ถูกคัดกรองด้านปัญหาการเงินอีก 134 ราย ซึ่งจะเร่งส่งต่อให้ธนาคารติดต่อโดยตรง
นอกจากนี้ กระทรวงยังเตรียมความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบความปลอดภัยหลังน้ำลด ทั้งหม้อไอน้ำ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และตู้จ่ายไฟ พร้อมจัดทำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและ Service Provider เพื่อให้คำแนะนำแก่โรงงานขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน ขณะที่การซ่อมเครื่องจักรจะประสานช่างเฉพาะทางเข้าดำเนินการ
ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต การจัดเก็บ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนในพื้นที่โรงงานและบ่อกาก ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะติดตามและเตรียมมาตรการรองรับกรณีน้ำเพิ่มขึ้นหรือน้ำระบายเข้าพื้นที่
อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ รูปแบบความเสียหาย จำนวนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว รวมถึงวงเงินและมาตรการที่ได้รับ เพื่อให้เห็นภาพการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้ขอความช่วยเหลือ พร้อมเร่งประสานการนิคมอุตสาหกรรมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับความเสียหาย โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่เสียหายรุนแรงและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจะหารือกับบริษัทรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ เพื่อหาแนวทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เป็นเจ้าของรถยนต์แล้วได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยจะหารือและขอความร่วมมือว่าจะมีการออกโปรโมชั่นพิเศษ หรือส่วนลดต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระการซ่อมแซมรถยนต์ได้อย่างไรบ้างหรือไม่
*สั่ง กรมโรงงาน เร่งกำจัดคราบน้ำมัน ลอยตามน้ำท่วมในปราจีนบุรี
นายวราวุธ กล่าวถึงกรณีพบคราบน้ำมันจากโรงงานอุตสาหกรรม ใน อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ลอยมาตามน้ำท่วมว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการชั่วคราว และมีคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุงโรงงาน ทั้งปิดหลุมและฝังกลบ ไม่ให้น้ำฝนชะล้างของเหลวหรือของเสียจากกองกากอุตสาหกรรม
พร้อมสำรวจและฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งภายในและภายนอกโรงงาน รวมถึงปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนการนำวัตถุดิบและกักของเสียไปเก็บในอาคารของโรงงาน ให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวง
โดยโรงงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข และมีน้ำท่วมในพื้นที่ ไม่สามารถประกอบกิจการจึงมีคำสั่งให้หยุดทุกอย่างจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และทำตามเงื่อนไขที่ใบอนุญาตกำหนดไว้
ทั้งนี้ กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกหนังสือแจ้งด้วยเช่นกันว่าให้ระงับการเอาวัตถุดิบที่เป็นสิ่งปฏิกูล หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในโรงงาน ทั้งในส่วนของการคัดแยก การฝังกลบ ไม่ให้มีทั้งของเข้าและของออก และไม่ให้ดำเนินกิจการจนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาผลกระทบแล้วเสร็จ
นายวราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบันโรงงานได้ใช้ลักษณะเดียวกับการกำจัดคราบน้ำมันทางทะเลและใช้สารลดแรงตึงผิว เพื่อไปจับตัวน้ำมันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ แล้วจะใช้แผ่นดูดซับน้ำมัน แต่ยอมรับว่า บางจุดยังเข้าไปไม่สะดวก เนื่องจากน้ำยังท่วมสูง แต่หลังจากน้ำลดแล้วจะเร่งเข้าดำเนินการทันที
สำหรับพื้นที่หลังโรงงานได้ใช้รถแบ็คโฮปั้นคันดินกั้นพื้นที่ ควบคุมของเสียจากบ่อฝังกลบไม่ให้ไหลออกนอกพื้นที่ และมีการใช้กระสอบทรายกั้นบริเวณโรงงานรีไซเคิล ที่อยู่อยู่สูงกว่าระดับระดับน้ำเพื่อป้องกันให้มีน้ำรั่วไหลออกมา และได้กำชับให้การประกอบกิจการโรงงานยึดตามมาตรา 39 ที่ประกาศไป
นอกจากนี้ ยังมีการนำน้ำมันที่ไหลไปกับน้ำท่วมไปวิเคราะห์ เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นคราบน้ำมัน ไม่มีสารพิษอื่นปนเปื้อน แต่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัส บริโภคน้ำ เลี่ยงอย่าให้เข้าปาก เข้าตา หากสัมผัสขอให้เร่งล้างออก
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน