นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อออกมาตรการภาษีสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) โดยให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ
มาตรการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะใช้สิทธิต้องมีหนังสือรับรองจากผู้จัดงานว่าได้เข้าร่วมงานจริง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
นางสาวลลิดา กล่าวว่า อุตสาหกรรม MICE มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการท่องเที่ยว การลงทุน การจ้างงาน และการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในทุกภูมิภาค โดยข้อมูลจากรายงาน Thailand MICE Economic and Social Impact 2025 ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ระบุว่า ในปี 2568 อุตสาหกรรม MICE สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย 338,233 ล้านบาท และสร้างงาน 304,932 ตำแหน่ง
ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร เคยมีมาตรการภาษีสนับสนุนการจัดนิทรรศการและงานแสดงสินค้าภายในประเทศในปี 2565 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565
สำหรับมาตรการที่เสนอในครั้งนี้ มีเป้าหมายสนับสนุนอุตสาหกรรม MICE อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ เพิ่มการใช้จ่ายของนักเดินทางคุณภาพ ส่งเสริมธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ขนส่ง การท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงกระจายรายได้สู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ตลอดจนยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายสำคัญของการจัดกิจกรรม MICE ในระดับนานาชาติ
กระทรวงการคลังคาดว่าจะมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิประมาณ 3,800 ราย มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าประมาณ 3,990 ล้านบาทต่อปี และคาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีประมาณ 798 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการจะช่วยเพิ่มรายได้และการจ้างงานในอุตสาหกรรม MICE และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยประเมินว่าอุตสาหกรรม MICE จะสามารถสร้างงานให้ประเทศไทยได้ 350,672 ตำแหน่ง และหากมีมาตรการสนับสนุนจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1015% ต่อปี
มาตรการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานเท่านั้น แต่ต้องการใช้มาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ตั้งแต่งานประชุม นิทรรศการ ไปจนถึงงานแสดงสินค้า ซึ่งจะเชื่อมโยงรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง และธุรกิจบริการในพื้นที่ เป้าหมายคือดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น และยกระดับการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง นางสาวลลิดากล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เห็นชอบกับแนวทางดังกล่าว ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาอนุมัติหลักการ โดยหากคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาตามขั้นตอนต่อไป
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน