พาราเมาท์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (Warner Bros. Discovery) ในวันอังคาร (6 ต.ค.) ส่งผลให้เกิดบริษัทขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ สกายแดนซ์ (Skydance) ซึ่งรวบรวมสตูดิโอฮอลลีวูดอายุเก่าแก่นับร้อยปี 2 แห่ง บริการสตรีมมิงระดับโลก 2 แพลตฟอร์ม และองค์กรข่าวรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 2 แห่งไว้ภายใต้บริษัทเดียว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยการชำระด้วยเงินสดและการรับภาระหนี้ มีมูลค่าเกือบ 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นหนึ่งในการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมสื่อที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดย Skydance ระบุว่า บริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการจะมีรายได้ต่อปีเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้ชื่อย่อ SKYD
การถือกำเนิดของบริษัทใหม่นี้เป็นผลจากการควบรวมกิจการ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน เริ่มจาก Skydance Media ของเดวิด เอลลิสัน ได้ควบรวมกับ Paramount Global ในเดือนสิงหาคม 2568 ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้แก่ Paramount Pictures, CBS, CBS News, CBS Sports, Nickelodeon, MTV, BET, Comedy Central, Showtime, Paramount+ และ Pluto TV มาอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกันในชื่อ Paramount Skydance
จากนั้น Paramount Skydance ได้เข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ซึ่งมีธุรกิจและแบรนด์สำคัญ ได้แก่ Warner Bros. Pictures, HBO, CNN, TNT, TBS, Discovery, Food Network, HGTV, TLC, Cartoon Network, DC Studios, New Line Cinema, HBO Max และ Discovery+
เดวิด เอลลิสัน บุตรชายของ แลร์รี เอลลิสัน มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชัน (Oracle Corporation) เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทใหม่ ขณะที่ อีนอน ไครซ์ อดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แมทเทล (Mattel) ได้รับการแต่งตั้งเป็นซีอีโอร่วม
เอลลิสันกล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทคือการสร้าง ผู้เล่นที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งบุคลากร ทรัพยากร และเครือข่ายที่พร้อมสำหรับการสร้างสรรค์และนำเสนอเรื่องราวหลากหลายรูปแบบผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดย Skydance ให้คำมั่นว่าจะผลิตภาพยนตร์เข้าฉายในโรงอย่างน้อย 30 เรื่องต่อปี รวมทั้งผลิตรายการโทรทัศน์และซีรีส์มากกว่า 180 รายการต่อปี ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุนให้ได้อย่างน้อย 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในระยะเวลา 3 ปี
บริษัทใหม่นี้ครอบครองแฟรนไชส์ความบันเทิงชื่อดังจำนวนมาก อาทิ Harry Potter, DC Universe, Game of Thrones, Mission: Impossible, Top Gun, Yellowstone, Star Trek และ SpongeBob SquarePants ขณะเดียวกัน ขนาดของบริษัทที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยให้สามารถกระจายต้นทุนมหาศาลจากการผลิตภาพยนตร์ ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬา และเทคโนโลยีสตรีมมิง ไปยังฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้จำนวนมากและเป้าหมายการลดต้นทุนได้กดดันให้บริษัทต้องพิจารณาลดตำแหน่งงาน แพลตฟอร์ม และโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่ซ้ำซ้อนกัน
สหภาพแรงงานหลายกลุ่มได้ออกมาเตือนว่า การควบรวมกิจการดังกล่าวอาจลดทอนความหลากหลายในการผลิตสื่อและอำนาจต่อรองของแรงงาน โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา SAG-AFTRA ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานบุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงสหรัฐฯ ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้น หากไม่มีหลักประกันที่มีผลผูกพันทางกฎหมายว่า การจ้างงานในภาคการผลิตและกองบรรณาธิการข่าวจะไม่ลดลง และการผลิตคอนเทนต์ในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ ฌอน แอสติน ประธาน SAG-AFTRA กล่าวว่า คนทำงานไม่ควรต้องฝากอนาคตไว้กับคำสัญญาและถ้อยคำที่เป็นเพียงความคาดหวัง
การควบรวมกิจการครั้งนี้ทำให้ Skydance สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Disney, Netflix, Comcast, Amazon และ Apple เพื่อแย่งชิงทั้งฐานผู้ชมและบุคลากรชั้นนำในวงการ ทั้งนี้ คลังเนื้อหามหาศาลและเครือข่ายการเผยแพร่ที่ครอบคลุมทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบ แต่คำถามสำคัญทั้งสำหรับผู้บริโภคและแรงงานคือ ขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นจะนำไปสู่การผลิตรายการมากขึ้นและการทำข่าวที่มีความเข้มข้นขึ้น หรือท้ายที่สุดจะนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้น ตำแหน่งงานที่ลดลง รวมถึงช่องทางในการนำเสนอและขายผลงานสร้างสรรค์ที่ลดน้อยลง
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช