ชัชชาติ ยัน แก้มลิงคู้บอน-บางชัน ทำตามหลักวิชาการ พร้อมรับฟังข้อมูลใหม่ เพิ่มทางเลือกแก้ปัญหาน้ำท่วม

ข่าวทั่วไป Wednesday October 7, 2026 15:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้แจงกรณีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับโครงการบึงคู้บอนและบึงบางชัน โดยย้ำว่า โครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาของกรุงเทพมหานครที่นำแนวคิด แก้มลิง มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยตรง พร้อมยืนยันว่า การพิจารณาโครงการอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ ความคุ้มค่าของงบประมาณ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นายชัชชาติ กล่าวว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 สำนักการระบายน้ำได้ศึกษาแนวทางจัดทำบึงรับน้ำ 6 แห่ง โดย 4 โครงการยุติไปก่อนหน้านี้ภายหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ส่วนบึงคู้บอนและบึงบางชันเป็น 2 โครงการที่มีการพิจารณาต่อเนื่อง แต่เมื่อมีการทบทวนรายละเอียด พบว่า การดำเนินโครงการมีวงเงินลงทุนสูง จึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับแนวทางอื่นที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ในต้นทุนที่เหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ จากการศึกษาของทีมที่ปรึกษาโครงการ แนวทางดำเนินโครงการแก้มลิงทั้งระบบมีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางปรับปรุงคลองและระบบระบายน้ำมีมูลค่าประมาณ 6,700 ล้านบาท กทม. จึงพิจารณาทางเลือกในการปรับปรุงคลองให้สามารถลำเลียงน้ำได้รวดเร็วขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพบึงหนองบอนและระบบอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวถึงประเด็นความเชื่อมโยงกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ว่า ในอดีตเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารบมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ซึ่งบริษัทเคยยื่นคัดค้านโครงการบริเวณพื้นที่เพิ่มสินตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร และการยกเลิกโครงการเกิดขึ้นในสมัยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ขณะที่ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงขอยืนยันว่า การพิจารณาในปัจจุบันเป็นไปตามข้อมูลและหลักเกณฑ์ทางวิชาการ

สำหรับหลักการบริหารจัดการน้ำ นายชัชชาติ กล่าวว่า แก้มลิงที่มีประสิทธิภาพต้องมีทั้งพื้นที่รองรับน้ำ ระบบรับน้ำเข้า และระบบระบายน้ำออกที่เหมาะสม โดยบึงคู้บอนและบึงบางชันมีความจุรวมประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำจากฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณมากและกระจายตัวในหลายพื้นที่ ดังนั้น การแก้ปัญหาน้ำท่วมจึงต้องพิจารณาระบบระบายน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงอย่างเดียว

สำหรับการพัฒนาระบบระบายน้ำในระยะต่อไป กทม. มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพบึงหนองบอน ขยายช่องทางรับน้ำ และพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลเข้าสู่ระบบได้รวดเร็วและระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าปรับปรุงคลองสายต่าง ๆ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นทางลำเลียงน้ำได้เต็มศักยภาพ

นายชัชชาติ ย้ำว่า กทม. พร้อมรับฟังและน้อมรับข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย หากมีข้อมูลใหม่ ข้อเสนอทางเทคนิค หรือข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากข้อมูลที่ กทม. ใช้ประกอบการพิจารณาในปัจจุบัน ก็พร้อมให้สำนักการระบายน้ำนำไปตรวจสอบและทบทวนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำ งบประมาณ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ