จับตา IMF ใช้ไทยเป็นเวที เผย World Economic Outlook 13 ต.ค. 9.00 น.

ข่าวต่างประเทศ Wednesday October 7, 2026 19:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก จะจัดการประชุมประจำปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ซึ่งรวมถึง ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีด้านการพัฒนา นักวิชาการ ผู้บริหารภาคเอกชน และตัวแทนภาคประชาสังคม

คาดว่าที่ประชุมจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ เสถียรภาพทางการเงิน สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ IMF จะใช้ไทยเป็นเวทีเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุด ซึ่งจะระบุตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกประจำปี 2026 และ 2027

ทั้งนี้ IMF จะเปิดเผยรายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนต.ค.ในวันอังคารที่ 13 ต.ค.เวลา 09.00 น. โดยใช้หัวข้อ Resilience under Strain, Urgent Choices หรือ ความสามารถในการรับมือภายใต้แรงกดดัน และการตัดสินใจที่เร่งด่วน

ในรายงาน World Economic Outlook ก่อนหน้านี้ในเดือนก.ค. IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.0% ในปี 2026 และ 3.4% ในปี 2027 ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.3% ในปี 2026 และ 2.2% ในปี 2027

นอกจากนี้ IMF คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.6% ในปี 2026 และ 4.1% ในปี 2027

ส่วนเศรษฐกิจไทย IMF คาดว่าจะมีการขยายตัว 1.9% ในปี 2026 และ 2.2% ในปี 2027

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการประชุม IMF-World Bank ในครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก

ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.เวลา 10.30-11.00 น. ในรายการที่ใช้ชื่อว่า Managing Directors Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างนางกอร์เกียวาและนายวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด โดยคาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก

การกล่าวถ้อยแถลงของนายวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค.

กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง

IMF ประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2023 ว่า กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 โดยการตัดสินใจมาจากการลงมติของคณะกรรมการผู้ว่าการ IMF-World Bank

นอกจากนี้ ไทยเป็นเพียงประเทศที่ 3 นอกสหรัฐที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้ IMF แสดงความเชื่อมั่นต่อการเป็นเจ้าภาพของไทยในการจัดประชุมประจำปีในครั้งนี้ โดยระบุในเว็บไซต์ว่า:-

การจัดการประชุมประจำปีที่กรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมและการประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ, ความก้าวหน้าด้านสถาบัน และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งกับประเทศพันธมิตรในระดับนานาชาติตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา

ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวครั้งล่าสุดในปี 1991 การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยและภูมิภาคโดยรวม และเป็นการยอมรับถึงบทบาทสำคัญของเอเชียในการกำหนดวาระด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกในปัจจุบัน

การประชุมประจำปีและการประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จะรวบรวมผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีด้านการพัฒนา ผู้บริหารภาคเอกชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และนักวิชาการจากทั่วโลก เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจ เช่น แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน และการลดความยากจน

การประชุมดังกล่าวถือเป็นการรวมตัวในลักษณะนี้เพียงแห่งเดียวในโลก และเป็นเวทีที่มีความโดดเด่นสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ