ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงแรงในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นกดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 630.25 จุด ลดลง 6.38 จุด หรือ -1.00%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,769.21 จุด ลดลง 95.86 จุด หรือ -1.22%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,104.36 จุด ลดลง 344.83 จุด หรือ -1.35%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,458.50 จุด ลดลง 83.19 จุด หรือ -0.79%
ดัชนี STOXX 600 ลดช่วงบวกที่ทำไว้เกือบทั้งหมดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงอย่างหนักอีกครั้ง โดยร่วงลง 3.3%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้น BE Semiconductor Industries ร่วงลง 8.5% หลัง UBS ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้นของผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์รายนี้เป็น ขาย โดยระบุถึงความเสี่ยงต่อการนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อชิปแบบไฮบริด (hybrid bonding) มาใช้งาน
หุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดัน หลังตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังคงถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนต้องรับมือกับราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีขยายกว้างขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของฝรั่งเศสที่ย่ำแย่ลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 3.5279% ก่อนปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่พายุซึ่งกำลังคุกคามพื้นที่ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ และการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อซาอุดีอาระเบียอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนก.ย. ในวันพุธนี้ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาสัญญาณใหม่เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนนี้ลดลง หลังข้อมูลการจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า
ตลาดยังจับตาฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้
ข้อมูลประมาณการของ LSEG ระบุว่า คาดว่าผลประกอบการของบริษัทในดัชนี STOXX 600 ในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อนหน้า และหากไม่รวมกลุ่มพลังงาน คาดว่าผลประกอบการจะเพิ่มขึ้น 9.9%
หุ้นกลุ่มยานยนต์พลิกจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วงแรกมาเป็นลดลง 0.3% หลังสื่อหลายแห่งรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่กลุ่มประเทศสมาชิก
มารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของ EU เดินทางไปกรุงปักกิ่งในวันพุธนี้ เพื่อเจรจาลดการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นของสหภาพยุโรปกับจีน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช