ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังหุ้นกลุ่มการเงินฉุดดัชนี FTSE 100 ลดลง หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังคงทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทิศทางหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,458.50 จุด ลดลง 83.19 จุด หรือ -0.79%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 101 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่นักลงทุนชั่งน้ำหนักระหว่างการส่งออกน้ำมันจากประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียที่เพิ่มขึ้น กับความเสี่ยงด้านอุปทานที่ยังคงมีอยู่จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ
เชลล์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่ คาดว่าอัตรากำไรจากการกลั่นในไตรมาส 3 จะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม หุ้นเชลล์ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี หลังการเทขายพันธบัตรทั่วโลกที่รุนแรงขึ้นผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่นอายุเดียวกันแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545
การเทขายพันธบัตรทั่วโลกอย่างรุนแรงอาจเพิ่มแรงกดดันต่อจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ก่อนการประกาศงบประมาณครั้งแรกของเขา
นักลงทุนยังรอการเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และช่วงเวลาที่เฟดอาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี โดยหุ้น HSBC, Standard Chartered และ Barclays ร่วงลงระหว่าง 3.4-4.5%
Financial Times รายงานว่า HSBC มีแผนปรับลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในวงกว้างที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในตลาดเงิน ปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือนเมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของฝรั่งเศสยังคงกดดันเงินยูโร
ข้อมูลจาก Lloyds ระบุว่า ราคาบ้านในอังกฤษทรงตัวในเดือนก.ย. หลังจากลดลงเป็นครั้งแรกในรอบปีในเดือนส.ค. โดยข้อมูลดังกล่าวอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช