กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) สั่งการให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ และอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. และอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลประมาณ 1 สัปดาห์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นนั้นครอบคลุมถึงยุทธการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ภาระด้านค่าครองชีพได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับผู้มีสิทธิลงคะแนน ซึ่งในขณะนี้กำลังไม่พอใจพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ขณะเดียวกัน สงครามในอิหร่านได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้ต้นทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น ทั้งการขนส่งทางเรือ การขนส่งทางรถบรรทุก การเดินทางทางอากาศ และอาหาร
ผลสำรวจความคิดเห็นโดยรอยเตอร์/อิปซอส (Reuters/Ipsos) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 32% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากผลสำรวจในเดือนก.ย. ซึ่งถือเป็นระดับคะแนนนิยมต่ำที่สุดในเส้นทางการเมืองของเขา
ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสชี้ว่า ค่าครองชีพคือประเด็นที่ชาวอเมริกันให้ความสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเดือนหน้า
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช