นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี รวมทั้งหมด 18 คน เชื่อว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้ ซึ่งถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้อาวุธในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ สส. ได้ปฏิบัติเคร่งครัด คือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ ก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย จึงขอให้ทำตามข้อบังคับด้วย
สำหรับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุว่า ต้องการกินรวบประเทศถือว่ารุนแรงไปหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า ตามญัตติ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หน้าที่ของฝ่ายค้าน คือ มีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล และในส่วนของรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะชี้แจง สุดท้ายแล้ว การลงมติเป็นเรื่องของ สส. แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ
การอภิปรายที่ผ่านมา ตามมาตรา 151 ไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน นายภราดร กล่าว
สำหรับถ้อยคำที่รุนแรงในญัตติของฝ่ายค้าน อาจเหมือนต้องการระบาย และตำหนิรัฐบาลโดยตรงหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหน ก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น
ส่วนมีการอภิปรายถึง 18 คน ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย
เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี จำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา
สำหรับความมั่นใจในเสียงสนับสนุนของรัฐบาลนั้น นายภราดร กล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้ว่ามั่นใจ หรือไม่มั่นใจ เพราะ สส.ทุกคุนมีเอกสิทธิ์ในการการตัดสินใจ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง
การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมือง หรือมติวิปใด ๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส.ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส. เมื่อฟังสองฝ่ายแล้ว จะตัดสินใจแบบไหน ก็อยู่ที่ตัวเอง นายภราดร กล่าว
ส่วนการยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส.ของพรรคกล้าธรรม ลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยนั้น นายภราดร กล่าวว่า สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้าน และการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส.ไม่ว่าพรรคไหน มีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว
สำหรับการอภิปรายครั้งนี้ เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมด ต้องดำเนินตามข้อบังคับ
ส่วนระยะเวลาที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วันนั้น นายภราดร กล่าวว่า เป็นไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติใช้เวลาอภิปราย 3-4 วัน เพราะจะต้องแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย
ส่วนรัฐบาลจะมีการเก็งข้อสอบหรือไม่ ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดร กล่าวแค่ว่า หนังซ้ำ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์