กระทรวงดีอี ยกระดับทักษะ AI คนไทย เปิดตัว Ai PASS 2.0 ขยับสู่ผู้ประกอบการมืออาชีพ แจกสิทธิ์ Gemini Enterprise ฟรี 5 แสนสิทธิ์ นานสูงสุด 10 เดือน ล่าสุด ตัวเลขผู้ลงทะเบียนโครงการ Ai PASS ทะลุ 1.57 ล้านราย
น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงของผู้ใช้งานจริง ได้นำไปสู่การพัฒนาจากเวอร์ชั่น AI Pass 1.0 ไปสู่การเปิดตัวเวอร์ชั่น AI Pass 2.0 โดยเป็นการขยับจากการเรียนรู้ระดับเริ่มต้น ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ
*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขใน Ai PASS 2.0
มอบสิทธิ์ Gemini Enterprise ฟรี จำนวน 500,000 สิทธิ์
เงื่อนไข คือผู้เรียนต้องสะสมคะแนนการเรียนในระบบให้ครบ 1,000 คะแนน เพื่อใช้สิทธิ์ฟรีสูงสุด 10 เดือน
กำหนดการกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.-2 พ.ย. 69 และเริ่มเข้าใช้งานพร้อมกันในวันที่ 9 พ.ย. 69
จัดเตรียม AI Agent ไว้มากกว่า 100 ตัว ให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้งาน
*แผนงานอนาคต (Roadmap) กลุ่มเป้าหมาย 3 ระดับ
1. Beginner (ผู้เริ่มต้น): จะมีการอัปเดตโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุด และหลักสูตรใหม่ต่อเนื่อง
2. Intermediate (ระดับกลาง): สร้าง Agent ร่วมกับ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย หรือก็คือ สิทธิ์ Gemini Enterprise
3. Expert (มืออาชีพ) : จะมีการเปิดตัว Developer Route ในเดือนม.ค. 70 และ API สำหรับนักพัฒนา Developer Hackathon ร่วมกับ NVIDIA, Google, Microsoft และ BytePlus ให้นักพัฒนาไทยสร้างโซลูชันจริง
นายสรุจ ทิพเสนา Country Manager ประจำประเทศไทย ของ Google Cloud กล่าวว่า Gemini Enterprise เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Gemini ที่ใช้โมเดลพื้นฐานเดียวกับ Gemini และ Model Garden แต่เพิ่มฟังก์ชันสำหรับการทำงานเชิงธุรกิจ และมีมาตรฐานความปลอดภัยและความคุ้มครองข้อมูล (Data Protection) ในระดับเดียวกับองค์กร
สำหรับความแตกต่างระหว่าง Chatbot และ AI Agent คือ Chatbot เปรียบเหมือน เพื่อนคู่คิด ต้องพูดคุยโต้ตอบและทำงานไปพร้อมกัน ส่วน AI Agent เปรียบเหมือนลูกน้อง หรือผู้ช่วยทำงานที่มีศักยภาพในการคิด วางแผน และปฏิบัติงานแทนเราได้แบบอัตโนมัติ สั่งงานเสร็จแล้วผู้ใช้ค่อยมาตรวจรับงานภายหลัง
*4 ศักยภาพหลักของ AI Agent
1. เชื่อมต่อไฟล์เอกสารอย่างถาวร: สั่งงานและทำงานบนไฟล์ใน Google Drive ได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องสลับไฟล์ไปมา
2. มี Sub-agent (ลูกน้องของ Agent): สามารถสร้าง Sub-agents ให้ทำงานเจาะลึกเฉพาะด้านพร้อมกันเป็นทีมเสมือน
3. เข้าถึงเครื่องมือ (Tools) ที่มากกว่า Chatbot: สามารถสั่งให้ใช้ Google Search ค้นหาข้อมูล แล้วนำผลลัพธ์มาประมวลผลต่อได้เอง
4. ทำงานอัตโนมัติแบบเบื้องหลัง: สั่งงานทิ้งไว้ตอนนอน แล้วตื่นมาตรวจงานได้
*ฟีเจอร์และระบบความปลอดภัยใน Ai PASS 2.0
เชื่อมต่อกับ Google Personal Accounts (Gmail, Google Drive, Google Sheet ส่วนตัว)
เป็น Open Platform รองรับการเชื่อมต่อข้ามค่าย ทั้ง Microsoft Excel, Microsoft Word, Microsoft Outlook และ Canva
การขยาย Capacity: รองรับ Gemini Notebook (NotebookLM) ได้สูงสุด 500 Notebooks และเชื่อมต่อแหล่งข้อมูล (Data Sources) ได้สูงสุด 300 Data Sources
สามารถสร้าง AI Agent ได้ 1 Agent/กลุ่ม Agent ต่อวัน รันได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
มาตรฐานความปลอดภัย เข้ารหัสข้อมูลระดับองค์กร ไม่นำข้อมูลผู้ใช้ไปเทรน AI และปฏิบัติตาม PDPA เคร่งครัด และ Admin ไม่สามารถเปิดดูไฟล์งานของผู้ใช้ได้
* สรุปผลโครงการ TH-AI Passport ช่วง 1 เดือนแรก (ส.ค.-ก.ย. 69)
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการ TH AI Passport ในช่วง 1 เดือนแรก (ส.ค.-ก.ย. 69) ดังนี้
โครงการ TH AI Passport / AI PASS เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนส.ค. (30 ส.ค. 69) ผ่านไปประมาณ 1 เดือนกว่า มีการเข้าใช้งาน เรียนจบบทเรียน และรับชมคลิปความรู้รวมกันมากกว่า 3.1 ล้านครั้ง ดังนั้น โครงการนี้กลายเป็นห้องเรียนด้าน AI ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
มีผู้เข้าเรียนที่เรียนจนจบหลักสูตร (จนจบคอร์ส) คิดเป็น 73% โดยคอร์สที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประมาณ 54% คือคอร์ส การสร้างพื้นฐานรู้เท่าทัน AI รองลงมาคือ การนำ AI ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
มีการมอบใบประกาศนียบัตร (Certificate) แล้วมากกว่า 2.5 แสนใบ (คิดเป็น 22% ของหลักสูตรที่มีการเรียนจบ) โดยกลุ่มอายุผู้ใช้งาน พบว่า มีผู้ใช้อายุเกิน 55 ปีขึ้นไป เข้าใช้งานและนำไปใช้จริงจำนวนมาก สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว
มีผู้ใช้งานสะสมตลอดโครงการกว่า 745,000 คน และข้อมูลล่าสุด มียอดผู้ลงทะเบียนใช้งาน AI รวมทั้งสิ้น 1.57 ล้านคน ทั้งนี้ พบว่า 1 ใน 7 เป็นกลุ่มฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการส่วนตัว หรือ SMEs
*สถิติการใช้งานคำสั่ง (Prompts) และการเลือกโมเดล:
คนไทยใช้ AI ช่วยทำงานและเรียนรู้ไปแล้วเกือบ 17.3 ล้านคำสั่ง ผ่านหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแชทข้อความ การสร้างภาพ วิดีโอ เพลง และการค้นคว้าวิจัยเชิงลึก (Deep Research)
มีการทดลองใช้โมเดลมากกว่า 14 ค่าย จากรวม 30 โมเดล เมื่อผู้ใช้เลือกโมเดลเอง พบว่า 3 ใน 4 เลือกใช้โมเดลระดับสูง (Pro Level) ซึ่งปกติมีค่าบริการเดือนละประมาณ 700-800 บาท ถือเป็นการช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทยตามวัตถุประสงค์โครงการ
จากการประเมินตนเองของผู้ใช้งาน พบว่า 48% มีความรู้ความเข้าใจ AI ใน ระดับกลาง ซึ่งทราบว่าจะเลือกใช้โมเดลไหนให้เหมาะกับงาน
นายพชร ชี้แจงว่า การที่ยอดการใช้งานที่ยังไม่เต็มเป้าหมาย เกิดจากต้องปรับแก้ระบบหลังบ้านให้ใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงผลกระทบจากข้อมูลคลาดเคลื่อนในช่วงเปิดตัวโครงการ ซึ่งโครงการได้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการใช้งาน
เดิมตั้งใจจะจัดสรรสิทธิ์ผ่านหน่วยงานรัฐ และเอกชนก่อน แต่เปลี่ยนมาเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงก่อน ในขั้นตอนถัดไป กระทรวงฯ จะเริ่มทยอยจัดสรรสิทธิ์ตามคำขอให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บุคลากรเข้าใช้งานได้เต็มที่ นายพชร กล่าว
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน