ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (9 ต.ค.) และเพิ่มขึ้นราว 0.3% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 และเป็นช่วงขาขึ้นรายสัปดาห์ที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.08% แตะที่ 102.216
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 158.21 เยนญี่ปุ่นในวันศุกร์ จาก 157.86 เยนญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี ขณะที่อ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8298 ฟรังก์สวิส จาก 0.8316 ฟรังก์สวิส และแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4266 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4224 ดอลลาร์แคนาดา
ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1202 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1209 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3241 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3225 ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของฝรั่งเศสและความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
เงินยูโรอ่อนค่าลงราว 0.5% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 และเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยก่อนหน้านี้เงินยูโรร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือนที่ 1.1161 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันจันทร์ หลังนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสที่ทำสถิติสูงสุดและความยากลำบากในการผลักดันมาตรการลดงบประมาณ
ขณะเดียวกัน เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นในวันศุกร์ แต่อ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567 ส่วนเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4
ความเคลื่อนไหวของตลาดเงินยังได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยในช่วงเช้าวันศุกร์ ตลาดพันธบัตรทั่วโลกคลายความกังวล หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. และการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามมีความคืบหน้าในเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันฟื้นตัวจากระดับต่ำสุด หลัง UKMTO ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามความปลอดภัยทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรืออังกฤษ รายงานว่า เรือเดินทะเลลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะอัลจาซีราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราว 13 ไมล์ทะเล
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดกำลังเผชิญปัจจัยหลายด้านพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและปัญหาการคลังของฝรั่งเศส ทำให้ยากที่จะระบุว่าปัจจัยใดส่งผลต่อตลาดมากที่สุด โดยนักลงทุนกำลังรอฟังความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งมีอิทธิพลต่อทิศทางดอลลาร์สหรัฐอย่างมากในขณะนี้
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาส 19.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ ขณะที่โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. อยู่ที่ 85.8%
ผลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่เผยแพร่ในวันศุกร์ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงอีกในช่วงต้นเดือนต.ค. เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ครัวเรือนมีมุมมองต่อเศรษฐกิจแย่ลง
แม้เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายมองว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่เจ้าหน้าที่บางส่วนเห็นว่าธนาคารกลางควรใช้ความระมัดระวังและมีความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ โดยไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยในทันที
ด้านตลาดพันธบัตรฝรั่งเศสยังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากนักการเมืองพยายามลดการขาดดุลงบประมาณก่อนการเลือกตั้งในปี 2570 ขณะที่การประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในสเปนเมื่อต้นสัปดาห์เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินยูโร
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช