ตลาดประกันสัตว์เลี้ยงในสิงคโปร์ยังคงขยายตัว แต่เริ่มมีสัญญาณว่าความต้องการซื้อประกันกำลังชะลอลง หลังจากเคยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนหันมารับสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงกันมากขึ้น
บริษัทประกันภัยเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะ บิสซิเนส ไทมส์ว่า ความต้องการประกันสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันแห่งหนึ่งระบุว่า การเติบโตของจำนวนผู้ซื้อกรมธรรม์เริ่มชะลอลง หลังจากพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกที่เกิดกระแสรับสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงระหว่างการระบาดของโควิด-19
แม้ความต้องการซื้อประกันจะเริ่มชะลอตัว แต่จำนวนสัตว์เลี้ยงในสิงคโปร์ยังคงเพิ่มขึ้น โดยหนังสือพิมพ์เดอะ สเตรตส์ ไทมส์รายงานว่า จำนวนสุนัขที่ขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้น 30% จากปี 2562 มาอยู่ที่ประมาณ 91,000 ตัวในปี 2568 ส่วนจำนวนแมวเพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปี 2562 มาอยู่ที่ 94,000 ตัวในปี 2567 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนสัตว์เลี้ยงโดยรวมเริ่มอยู่ในอัตราที่ช้าลงหลังการระบาดของโควิด-19
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยง ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนบุคลากรและเวชภัณฑ์แพงขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าของจำนวนมากขึ้นมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ทำให้การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญมากขึ้น
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. กระทรวงการพัฒนาแห่งชาติของสิงคโปร์ชี้แจงต่อกระทู้ถามในรัฐสภาว่า ทางการไม่มีแผนอนุญาตให้นำเงินจากบัญชี MediSave ซึ่งเป็นบัญชีเงินออมเพื่อการรักษาพยาบาล มาใช้จ่ายค่ารักษาสัตว์หรือชำระเบี้ยประกันสัตว์เลี้ยง
ทั้งนี้ การรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงในสิงคโปร์ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐเหมือนการรักษาพยาบาลของมนุษย์ เจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงต้องรับผิดชอบค่ารักษาด้วยตนเอง
แม้ค่ารักษาที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เจ้าของสนใจทำประกันสัตว์เลี้ยงมากขึ้น แต่บางรายยังเลือกไม่ซื้อประกันและจ่ายค่ารักษาเอง เนื่องจากกรมธรรม์มีข้อจำกัดด้านความคุ้มครองและข้อยกเว้นหลายประการ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช