นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด จัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นายพรพรหม รองผู้ว่าฯ กทม. และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมผู้อำนวยการเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการจัดเก็บและกำจัดขยะตกค้างหลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ภายใต้กิจกรรม ร่วมแรงฟื้นกรุง โดยปรับรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการแบ่งโซนพื้นที่ และถนนสายหลัก มอบหมายสำนักงานเขตบัดดี้ร่วมรับผิดชอบพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมตั้งเป้าหมายเร่งจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ กรุงเทพมหานคร ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 1,424 คน จากสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขตบัดดี้ พร้อมยานพาหนะสำหรับขนย้ายขยะ 106 คัน ลงพื้นที่เร่งจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ ขยะครัวเรือน และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อคืนความสะอาดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
เปิดยอดจัดเก็บขยะสะสมจากเขตน้ำท่วม 7,765 ตัน เร่งขนย้ายขยะตกค้างอย่างเป็นระบบ
กรุงเทพมหานคร สามารถจัดเก็บขยะตกค้างจากน้ำท่วม บริเวณเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง วันที่ 10 ต.ค.69 ได้ประมาณ 1,300 ตัน ยอดสะสม 30 ก.ย. 10 ต.ค. 69 ประมาณ 5,085 ตัน โดยใช้แผนแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นโซน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนเข้าชักลากขยะชิ้นใหญ่จากตรอกซอยที่รถบรรทุกไม่สามารถเข้าถึง ก่อนนำมารวบรวม ณ จุดพักขยะ เพื่อใช้รถคีบยกขึ้นรถบรรทุกเทท้าย และขนส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ตามกระบวนการที่เหมาะสม
ส่วนยอดจัดเก็บขยะตกค้าง ในพื้นที่เขตประสบอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ มีจำนวน 7,765.02 ต้น (ยอดสะสม 28 ก.ย. 9 ต.ค. 69 เฉลี่ย = 647.09 ตัน/วัน)
ระดม 12 เขตบัดดี้ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็ว
สำหรับสำนักงานเขตที่ร่วมสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เคหะร่มเกล้า ประกอบด้วย เขตธนบุรี เขตบางแค เขตพระนคร เขตบางขุนเทียน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตทุ่งครุ เขตบางซื่อ เขตวัฒนา เขตบางรัก เขตบางบอน และเขตลาดกระบัง ในฐานะเจ้าของพื้นที่
การปรับแผนครั้งนี้ มุ่งเน้นการกระจายกำลังคน และยานพาหนะ ให้สอดคล้องกับปริมาณขยะและสภาพพื้นที่จริง โดยกำหนดพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ประสานการทำงานระหว่างเขต และสำนักสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดเก็บขยะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน และเร่งเปิดพื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
เดินหน้าฟื้นฟูควบคู่ดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัย
นอกจากการจัดเก็บขยะแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด ทั้งการจัดการขยะที่ตกค้างตามถนนและตรอกซอย การขนย้ายสิ่งของชำรุดเสียหาย การดูแลความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย ระมัดระวังสิ่งปนเปื้อนและวัสดุแหลมคมที่อาจตกค้างหลังน้ำท่วม รวมถึงจัดการขยะและขนส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร จะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินปริมาณขยะคงเหลือ และปรับกำลังสนับสนุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมุ่งให้การจัดเก็บขยะเป็นไปตามเป้าหมายภายใน 3 วัน และเร่งคืนพื้นที่สะอาด เป็นระเบียบ และปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวลาดกระบังโดยเร็วที่สุด
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์