นายพิริยพล คงวาณิช ,IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล. บัวหลวง (BLS) เปิดเผยว่า สงครามที่ยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันโลกทรงตัวสูง ขณะที่ ราคาดีเซลในประเทศเพิ่มเป็น 42.94 บาท/ลิตร ณ 9 ต.ค. 69 กดดันทั้งต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพ โดยน้ำท่วมซ้ำเติมการบริโภคที่ยังอ่อนแอ สะท้อนจาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. ลดลงสู่ 52.1 จาก 53.2 เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ทำให้ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้จำกัด
สอดคล้องกับมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ของเรา ที่ระบุว่าต้นทุนผู้ผลิตเร่งตัวเร็วกว่าราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค โดย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย. เพิ่ม 10.5% YoY เทียบกับเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ที่ 2.82% YoY มีช่องว่างถึง 7.68 จุดเปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนแรงกดดันต่ออัตรากำไร (Margin squeeze) โดยเฉพาะธุรกิจที่อิงกำลังซื้อฐานราก ขณะที่ธุรกิจที่มีฐานลูกค้าระดับกลางถึงบน หรือจำหน่ายสินค้าและบริการจำเป็น คาดได้รับผลกระทบจำกัดกว่า
เลือกหุ้นปันผลที่กำไรรองรับ และยังให้ผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อธุรกิจต่ำกว่าคาด
เราเริ่มคัดเลือกจากหุ้นที่คาดให้ อัตราผลตอบแทนปันผลล่วงหน้า (Forward dividend yield) สูงกว่า 4% ในปี 70-71 จ่ายปันผลต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และมี เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมหลีกเลี่ยงหุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรลงแรงในช่วง 3 เดือนล่าสุด และให้น้ำหนักกับบริษัทที่กำไรปี70 คาดเติบโตต่อ
จากนั้นทดสอบความทนทานของปันผลปี 70 (Dividend stress test) ภายใต้สมมติฐานผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาด เพื่อประเมินว่าผลตอบแทนปันผลยังน่าสนใจเพียงใด หากรายได้ อัตรากำไร หรือความสามารถจ่ายปันผลอ่อนแอลง โดยใช้สมมติฐานรายกลุ่มดังนี้
- ธนาคาร (Banking) สมมติต้นทุนความเสี่ยงสินเชื่อ (Credit cost) เพิ่มขึ้น 510 จุดฐาน (bps) พร้อมปรับอัตราการจ่ายปันผล (Dividend payout ratio) กลับเข้าใกล้ระดับปกติในอดีต
- ค้าปลีก (Retailers) สมมติยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 2% YoY ส่วน
- ศูนย์การค้า (Mall) สมมติยอดขายผู้เช่าลดลง 2% YoY และ โรงพยาบาล (Healthcare) สมมติรายได้ไม่เติบโต
- สื่อสาร (ICT) ทดสอบการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น และประโยชน์จากการประหยัดต้นทุน (Cost saving) ที่ชะลอลง
- พลังงาน (Oil & Gas) สมมติราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงสู่ US$60/bbl จาก US$70/bbl ในกรณีฐาน
- สำหรับ WHA และ WHAUP ทดสอบกรณีการโอนที่ดินสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) จำนวน 900 ไร่ เลื่อนออกจากปี 70 เพื่อประเมินผลกระทบจากรายได้และกำไรที่รับรู้ช้ากว่าคาด
ภายใต้สมมติฐานเชิงลบของ Dividend stress test หุ้นที่คาดให้ อัตราผลตอบแทนปันผลปี 70 สูงสุด ได้แก่
SCB 6.9%, TISCO 6.3%, KKP 6.1%, OSP 5.6%, TLI 5.4% และ PTT 5.3% ตามด้วย KTB 5.0%, BBL 4.9%, KBANK 4.8% และ ADVANC 4.7% สะท้อนว่าหุ้นเหล่านี้ยังมีผลตอบแทนปันผลรองรับภายใต้สมมติฐานที่ผลการดำเนินงานและการจ่ายปันผลต่ำกว่ากรณีฐาน
CPNBDMS เด่นจากความเสี่ยงกำไรต่ำ และปันผลสูงเมื่อเทียบกับอดีต
CPN คาดให้ผลตอบแทนปันผลปี 70 ที่ 4.2% ในกรณีเลวร้าย และ 4.6% ในกรณีฐาน โดยแม้ในกรณีเลวร้ายยังสูงกว่าระดับ ค่าเฉลี่ยบวกหนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (+1SD) ของผลตอบแทนปันผลย้อนหลัง 10 ปี ที่ 2.9% ขณะที่ฐานลูกค้าระดับกลางถึงบนและนักท่องเที่ยวช่วยรองรับยอดขายผู้เช่า อีกทั้ง Traffic ในไตรมาส 3/69 ยังเติบโต 4% YoY โดยคาด กำไรหลักปี 70เติบโต 9.4% และรายได้เติบโต 8.9% YoY
BDMS คาดให้ผลตอบแทนปันผลปี 70 ที่ 4.0% ในกรณีเลวร้าย และ 4.2% ในกรณีฐาน สูงกว่าระดับ +1SD ย้อนหลัง 10 ปี ที่ 2.7% เช่นกัน พร้อมแรงส่งจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ โดยคาด กำไรปกติ ไตรมาส 3/69 ทำจุดสูงสุดใหม่ เติบโต 7% YoY และ 42% QoQ