สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (12 ต.ค.) ว่า ยอดขายรถยนต์นั่งภายในประเทศเดือนก.ย. ลดลง 28.1% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.63 ล้านคัน นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาและความตกต่ำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังยืดเยื้อ
อย่างไรก็ดี CPCA ระบุว่า ยอดส่งออกรถยนต์เดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 73.2% เมื่อเทียบรายปี แตะ 923,000 คัน แม้ชะลอลงเล็กน้อยจากการขยายตัว 77.5% ในเดือนส.ค.
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ยอดขายในประเทศลดลง 16.7% เหลือ 1.08 ล้านคัน เทียบกับที่หดตัว 10.1% ในเดือนก่อนหน้า สวนทางกับยอดส่งออกที่พุ่ง 163.5% จาก 154.7% ในเดือนส.ค.
ชุย ตงชู่ เลขาธิการ CPCA กล่าวว่า แม้อาจมีข้อจำกัดต่อการส่งออกรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่โดยรวม เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ยังมีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออก
ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรป (EU) และจีนบรรลุข้อตกลงที่อาจทำให้การส่งออกรถยนต์ไฮบริดของจีนไปยัง EU ลดลงครึ่งหนึ่งภายใน 4 ปี ตามที่ มารอช เชฟโชวิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเพดานปริมาณนำเข้าและเงื่อนไขสำหรับการส่งออกที่เกินโควตา
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกำลังปรับแนวทางจากการมุ่งเร่งการเติบโต มาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยเสนอหลักเกณฑ์ควบคุมการเปิดตัวรถยนต์ที่เร่งรีบและยังผ่านการตรวจสอบความพร้อมไม่เพียงพอ
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต