ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (13 ต.ค.) หลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง ซึ่งทำให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ วันนี้ รวมทั้งการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) บนเวทีการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.4% แตะที่ระดับ 102.180
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.30 เยน จากระดับ 158.68 เยนในวันจันทร์ (12 ต.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8325 ฟรังก์ จากระดับ 0.8348 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4215 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4286 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1201 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1156 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3257 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3206 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวลง 0.9% ปิดที่ 105.69 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัสเซียได้ตกลงที่จะจัดส่งน้ำมันดีเซลมากกว่า 4 ล้านตันเข้าสู่ตลาดโลก ภายใต้ข้อตกลงที่เขาได้ทำกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ขณะที่คณะบริหารของปธน.ทรัมได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ยูเครนว่า ข้อตกลงที่อนุญาตให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดึงรัสเซียกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน
ทั้งนี้ ข้อตกลงใด ๆ ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน อาจเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2568 รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย
นักลงทุนจับตา เควิน วอร์ช ประธานเฟด ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีการประชุม IMF ในวันศุกร์นี้ (16 ต.ค.) โดยวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ในวันดังกล่าว ในรายการที่ใช้ชื่อว่า Managing Directors Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างกอร์เกียวาและวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด
การกล่าวสุนทรพจน์ของวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.คาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก และมีขึ้นก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค.
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 19% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. แต่ให้น้ำหนักมากถึง 88% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ระดับ 3.99 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.95 ล้านยูนิต
โดย รัตนา พงศ์ทวิช