ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.56 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค คาดกรอบวันนี้ 33.50-33.65 จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday October 14, 2026 09:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.56 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่ามากจากเย็นวันจันทร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.61 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายคนได้ออกมาให้ความเห็นว่า ไม่รีบที่จะขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งทำให้ตัวดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเช้าวันนี้

และภาพใหญ่ตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ด้วย

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.65 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.36 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันจันทร์ที่ระดับ 158.61/64 เยน/ดอลลาร์

เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.120 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1181 ดอลลาร์/ยูโร

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.521 บาท/ดอลลาร์

IMF ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.1% และยังโต 2.1% ในปี 70 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้ IMF คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% และลดลงเหลือ 1.7% ในปี 2570 โดยมองว่าประเทศไทยได้ผ่านสภาวะเงินฝืดไปแล้ว

เอกนิติ มั่นใจพาเศรษฐกิจไทย โตไกลกว่า IMF คาด ดึงการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ผู้ว่าฯ ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับหลายสำนักวิจัยที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 2.0 2.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.2% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวได้ดี

ผู้ว่าฯ ธปท. มองเศรษฐกิจไทยยังไม่เหมาะลดดอกเบี้ย ย้ำรักษา Policy Space รองรับความเสี่ยงในอนาคต

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำไทยดีลการค้าบิ๊กโลก สหรัฐปลดล็อกภาษี ดึงจีนใช้โลคอลคอนเทนต์ พร้อมลงทุนอุตแปรรูปอาหารส่งออกกลับจีน ชี้ FTA ยุโรปคืบโอกาสเพิ่มจีดีพี 1.28 ขณะที่ UAE สร้างความมั่นคงพลังงานไทย เปิดประตูอาหารไทยใน GGC ดึง อินเดีย กลับโต๊ะเจรจา รับทำงานทุกวัน แต่เน้นป้องมากกว่าแก้

ปลัดคลัง เผย แนวคิดรื้อภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หวังเพิ่มรายได้รัฐ เสริมวินัยการคลัง และรักษาความเชื่อมั่นประเทศ แจงเพดาน 5 พันบาท เป็นเพียงกรอบสูงสุดตามกฎหมายแม่ ส่วนอัตราจัดเก็บจริง คาดอยู่ที่ราว 1 พันบาท โดยจะจัดเก็บทั้งคนไทย-ต่างชาติ

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: WEO) ว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัว 3.4% ลดลง 0.4% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าในปี 2570 จะขยายตัวลดลงเหลือ 3.4% เศรษฐกิจทั่วโลกยังมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี โดยแรงส่งจากการลงทุนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยชดเชยแรงกดดันราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง แต่สิ่งที่ไอเอ็มเอฟกังวลคือแม้เศรษฐกิจโลกจะปรับตัวได้ดีจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว

-ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (13 ต.ค.) หลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง ซึ่งทำให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดน้อยลง

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (13 ต.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) บนเวทีการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย.ในวันนี้ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) โดยดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และดัชนี PPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค.

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด ในเวทีการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ในวันศุกร์นี้ (16 ต.ค.) โดยมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด

นักลงทุนจับตาทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงพัฒนาการของการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ