แสนสิริ แคปิตอล ทรอฟี่ฟันด์ (Sansiri Capital Trophy Fund) กองทุนไพรเวตอิควิตีด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ประกาศความสำเร็จในการปิดดีลเข้าซื้อ The Lake Como EDITION โรงแรมระดับอัลตราลักชัวรีริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี จากกลุ่มผู้ร่วมทุนระหว่าง Bain Capital บริษัทด้านการลงทุนชั้นนำระดับโลก และ Omnam Group ผู้พัฒนาธุรกิจโรงแรมและการบริการ
ทั้งนี้ แสนสิริ แคปิตอล พร้อมปลดล็อกมูลค่าของสินทรัพย์ด้วยความสามารถในการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มแสนสิริ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมกว่า 40 ปี รวมถึงผลงานความสำเร็จในการพลิกโฉมสินทรัพย์ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
นายณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ แสนสิริ แคปิตอล ภายใต้ บมจ.แสนสิริ [SIRI] กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของแสนสิริ แคปิตอล ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนให้กับกลุ่มนักลงทุนสถาบันและกลุ่มนักลงทุนผู้มีความมั่งคั่งสูง (High-Net-Worth) The Lake Como EDITION เป็นสินทรัพย์ระดับ Trophy Asset ซึ่งตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อนที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ต้องการสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และด้วยข้อจำกัดที่เข้มงวดในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ รอบทะเลสาบแห่งนี้ ทำให้เกิดปราการการแข่งขันโดยธรรมชาติ (High Barriers to Entry) และทำให้สินทรัพย์มีคุณลักษณะของการหาทดแทนได้ยาก ซึ่งเราเชื่อว่าจะเอื้อต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดช่วงระยะเวลาของการลงทุน การเข้าถือครองสินทรัพย์ที่โดดเด่นและล้ำค่าแห่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแสนสิริ แคปิตอล ซึ่งเน้นการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์เชิงรุกอันเป็นสิ่งที่ทำให้ แสนสิริ แคปิตอล มีความแตกต่างอย่างแท้จริง
ภายใต้การนำของผู้บริหารและทีมงานมืออาชีพ แสนสิริ แคปิตอล ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการระดับโลก ที่สามารถส่งมอบมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน โดยมี SIRI ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม และไลฟ์สไตล์ เป็นผู้ให้การสนับสนุน ทำให้มีความพร้อมในการสร้างมูลค่าที่เหนือกว่าการลงทุนที่อาศัยเพียงเม็ดเงินลงทุน
โมเดลธุรกิจ Trophy Asset แสนสิริ แคปิตอล มุ่งเข้าถือครองสินทรัพย์ระดับลักชัวรีที่หาทดแทนได้ยากทั่วโลก รวมถึงสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการรีโพซิชัน (Repositioning) ด้วยแนวทางการพัฒนาต่อยอดอย่างมีวินัยบนจุดแข็ง อาทิ การมีปราการการแข่งขันสูง (High Barriers to Entry) การมีพันธมิตรผู้ดำเนินงาน (Operating Partners) ชั้นนำ และการสร้างมูลค่าในระดับสินทรัพย์ (Asset-Level Value Creation) เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอระดับโลกที่มีความสมดุล
กลยุทธ์การลงทุนของ แสนสิริ แคปิตอล มุ่งเน้นที่ธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ในเมืองที่เป็นเกตเวย์ระดับโลก และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านการพัฒนาอย่างเข้มงวด เช่น ปารีส โรม มิลาน นิวยอร์ก และทะเลสาบโคโม โดยมีแสนสิริเป็นผู้สนับสนุนขับเคลื่อนการแปลงกลยุทธ์สู่การปฏิบัติผ่านการบริหารสินทรัพย์เชิงรุกอย่างใกล้ชิดและความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ
ในส่วนของ The Lake Como EDITION ซึ่ง Marriott International ยังคงเป็นผู้บริหารจัดการ ภายใต้สัญญาบริหารโรงแรม (Hotel Management Agreement) ที่มีอยู่นั้น แสนสิริ แคปิตอล มีแผนการพัฒนาต่อยอดจากจุดแข็งเดิมที่มีอยู่แล้ว อาทิ การร่วมมือกับเชฟมิชลินสตาร์ Mauro Colagreco และเครือข่ายเวลเนสชั้นนำเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักและเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้
รวมถึงการพัฒนา Lido Beach Club และพื้นที่ริมน้ำสำหรับจัดงานแต่งงานระดับลักชัวรี การจัดกิจกรรมสร้างแบรนด์ (Brand Activations) และโปรแกรมทางสังคมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากสระว่ายน้ำลอยน้ำ (Floating Pool) และท่าเทียบเรือส่วนตัวเพื่อรังสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างและพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ รายได้สกุลยูโรจากโรงแรมนี้ยังช่วยกระจายความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้กับพอร์ตโฟลิโอการลงทุน
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มลักชัวรีทั่วโลก จากการเน้นสะสมสินค้าแบรนด์เนมไปสู่การแสวงหาประสบการณ์เฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร (Experiential Luxury) โดยอัตราการเข้าพักของ The Lake Como EDITION ที่สูงกว่า 70% ในช่วงไฮซีซันล่าสุด ถือเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการต่อยอดเทรนด์ความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ดังกล่าว
ทีมผู้บริหารของ แสนสิริ แคปิตอล มีผลงานที่พิสูจน์แล้วทั้งในด้านการลงทุนและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรี เสริมทัพด้วยประสบการณ์ของแสนสิริในฐานะเจ้าของ นักลงทุน และพันธมิตรของแพลตฟอร์มด้านโรงแรมและบริการระดับลักชัวรีชั้นนำ รวมถึงผลงานด้านกิจกรรมส่งเสริมและสร้างแบรนด์ และการสร้างสรรค์พื้นที่ (Placemaking)
ผลงานความสำเร็จที่ผ่านมา รวมถึงการพลิกโฉมโรงแรม The Manner ในมหานครนิวยอร์ก ผ่านการใช้งบลงทุนและการยกระดับการดำเนินงานอย่างตรงจุด (Targeted Capex & Operational Upgrades) และการจัดวางตำแหน่งแบรนด์ใหม่ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มราคาห้องพักกว่า 3 เท่า และความสำเร็จในการขยายขอบข่ายธุรกิจของ Standard International ซึ่งแสนสิริได้ช่วยสนับสนุนการขยายกิจการในระดับนานาชาติ จนนำไปสู่การขายกิจการเชิงกลยุทธ์ให้กับ Hyatt Hotels Corporation ซึ่ง แสนสิริ แคปิตอล จะได้นำแนวทางเดียวกันนี้มาปรับใช้กับ The Lake Como EDITION ผ่านการร่วมมือประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ Marriott International
เป้าหมายของเราคือการต่อยอดจากตำแหน่งทางการตลาดและจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งของ The Lake Como EDITION ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Marriott International นอกเหนือจากการลงทุนในบริเวณทะเลสาบโคโมแล้ว เราจะยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างคัดสรรในสินทรัพย์ธุรกิจโรงแรมที่หาทดแทนได้ยาก เพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืน ณภัทร กล่าวสรุป
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนใน แสนสิริ แคปิตอล ประกอบด้วย SIRI และบมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล [XPG] โดย The Lake Como EDITION นับเป็นการลงทุนลำดับแรกของ แสนสิริ แคปิตอล
การเข้าซื้อกิจการ The Lake Como EDITION ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจำนวน 165 ล้านยูโร (ประมาณ 6,340 ล้านบาท) จากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของธนาคารที่มีต่อแนวทางการลงทุน (Investment Thesis) รวมถึงศักยภาพ และความเชี่ยวชาญของ แสนสิริ แคปิตอล ในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets)