ดาวโจนส์ลบ บอนด์ยีลด์กดดันตลาด เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลัง CPI พุ่งเกินคาด

ข่าวต่างประเทศ Wednesday October 14, 2026 21:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ณ เวลา 21.08 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 25.12 จุด หรือ 0.05 สู่ระดับ 51,644.98 จุด

ราคาหุ้น แบงก์ ออฟ อเมริกา ซึ่งเป็นธนาคารซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐ ร่วงลง 7% หลังเปิดเผยกำไรดิ่งลง 17% ในไตรมาส 3 เนื่องจากทางธนาคารถูกกระทรวงการคลังสหรัฐสั่งปรับเป็นเงินมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยถูกกล่าวหาว่า ธนาคารล้มเหลวในการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยที่มีมูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า ธุรกรรมที่ไม่ได้รับการรายงานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติและความเสี่ยงสำคัญอื่น ๆ รวมถึงเครือข่ายฟอกเงินของจีน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีการขยายตัวของกำไรในไตรมาส 3 ราว 30%

หากเป็นไปตามคาด จะถือเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่บริษัทในดัชนี S&P 500 มีการเติบโตของกำไรสูงกว่า 25% โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายการก่อสร้างและพัฒนาศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center)

นอกจากนี้ FactSet คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จะมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงถึง 130%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้

นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาด

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 22.1% เมื่อวานนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 46.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 77.9% เมื่อวานนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.ย.ในวันนี้

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% ในเดือนส.ค.

ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน จากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนก.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.4% ในเดือนส.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.4% ในเดือนส.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ