ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 48.62 จุด Nasdaq ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดบ.

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 15, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (14 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 500 จุด เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก โดยความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหุ้นที่อ่อนไหวต่อภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,621.48 จุด ลดลง 48.62 จุด หรือ -0.09%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,718.94 จุด ลดลง 86.51 จุด หรือ -1.11%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,692.87 จุด ลดลง 511.51 จุด หรือ -1.88%

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% ในเดือนส.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.4% ในเดือนส.ค.

หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 42% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 22% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล CPI นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนักมากถึง 93% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.287% หลังกระทรวงแรงงานเปิดเผยดัชนี CPI ที่สูงกว่าคาด

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลง 2.62% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.73% ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 2.44% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งขึ้น 2.38%

กระแสความวิตกกังวลที่ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้น Oracle ร่วงลง 8.8% ขณะที่หุ้นบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างหุ้น CoreWeave และหุ้น Nebius ดิ่งลง 15% และ 10% ตามลำดับ

หุ้น Dell ร่วงลง 11.4% และหุ้น Hewlett Packard Enterprise (HPE) ร่วงลง 8.2% หลังจากนักวิเคราะห์ของ Barclays ปรับลดคำแนะนำการลงทุนของบริษัทผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ทั้งสองแห่งลงสู่ระดับ Equal-weight จากเดิม Overweight

ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ดิ่งลง 4.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกัน 6 วันทำการ นับว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568

ส่วนหุ้น Apple ดีดตัวขึ้น 0.5% ส่งผลให้มูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

หุ้นกลุ่มธนาคารในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.7% โดยหุ้น Morgan Stanley ร่วงลงเกือบ 3% แม้ธนาคารเปิดเผยกำไรรายไตรมาสเพิ่มขึ้นก็ตาม

หุ้น Bank of America ร่วงลง 4.8% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรลดลงในไตรมาส 3 เนื่องจากต้องตั้งสำรองเงินสดมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าปรับให้กับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หลังมีการตรวจสอบพบว่า ธนาคารละเลยการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยมูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ และล้มเหลวในการตรวจจับพฤติกรรมการฟอกเงินที่อาจเกิดขึ้น

หุ้น Bending Spoons ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Vimeo และ AOL พุ่งขึ้น 41% หลังจากบริษัท Berkshire Hathaway ประกาศลงทุนเพิ่มอีก 330 ล้านดอลลาร์ใน Bending Spoons

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในเวทีการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ในวันศุกร์นี้ (16 ต.ค.) โดยวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF ในรายการที่ใช้ชื่อว่า Managing Directors Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างกอร์เกียวาและวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ