สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันพุธ (14 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอาคารสำนักงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) และอิหร่านกำลังนำยุทธวิธีใหม่มาใช้ในการโจมตีเรือสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 95 เซนต์ หรือ 1.01% ปิดที่ 95.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.35% ปิดที่ 106.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ในวันพุธว่า อาคารสำนักงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก ในเมืองดะฮ์ราน ทางตะวันออกของประเทศ ถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ สะท้อนให้เห็นว่าการสู้รบระหว่างกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบียกำลังดุเดือดขึ้นทุกขณะ และเป็นการปะทะกันหลายแนวรบ
ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังจากมีรายงานว่า อิหร่านเริ่มนำยุทธวิธีเชิงรุกรูปแบบใหม่มาใช้เมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการโจมตีเรือสินค้าและต้องการให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งสัญญาณทวีความรุนแรง หลังจากอาลี ออซมาอี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า อิหร่านกำลังนับถอยหลังรอเวลาที่จะจมเรือรบอเมริกัน หากพวกอเมริกันคิดว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดอยู่ ก็ให้พวกเขาเข้ามาใกล้กว่านี้ เราแทบรอไม่ไหวที่จะจมเรือรบอเมริกัน
ด้านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า อิหร่านกำลังเสริมความแข็งแกร่งต่อระบบป้องกันรอบสถานที่สำคัญและอ่อนไหว เช่น โรงงานนิวเคลียร์ รวมทั้งเตือนประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคว่า อิหร่านจะตอบโต้การโจมตีครั้งใหม่จากสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีทั่วตะวันออกกลาง นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านยังได้แจ้งประชาชนให้พร้อมรับมือกับสงครามที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกรายงานเตือนเกี่ยวกับภาวะตลาดน้ำมัน โดยรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนต.ค.ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพุธ เตือนว่า ภาวะตึงตัวในตลาดน้ำมันดีเซลอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 เนื่องจากการที่กลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียทำให้การฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันในตลาดโลกประสบภาวะชะงักงัน
รายงานของ IEA เผยว่า ยอดการส่งออกน้ำมันดีเซลทั่วโลกในเดือนก.ย.ลดลง 700,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยปริมาณส่งออกที่หายไปจากรัสเซียและตะวันออกกลางถึง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ได้รับการชดเชยจากแหล่งผลิตอื่นเพียงบางส่วนเท่านั้น
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ (15 ต.ค.) เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช