สหรัฐฯ เล็งผ่อนปรนคว่ำบาตร กองเรือเงา หวังฉุดค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันหลังพุ่งทุบสถิติ

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 15, 2026 11:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อกลุ่มเรือขนส่งน้ำมันนอกระบบ หรือ กองเรือเงา (Shadow Fleet) ที่เคยลอบขนส่งน้ำมันให้รัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา หวังแก้ปัญหาค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันทั่วโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากปธน.ทรัมป์เพิ่งสั่งระงับการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลของรัสเซียชั่วคราว จนเผชิญกระแสต่อต้านจากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน บรรดาชาติพันธมิตรในยุโรป ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันร่วมพรรค

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ข้อเสนอใหม่นี้มุ่งเปิดทางให้เรือที่เคยถูกขึ้นบัญชีดำ สามารถกลับมารับจ้างขนส่ง น้ำมันที่ไม่ติดมาตรการคว่ำบาตร ได้อย่างถูกกฎหมาย แต่จะไม่ครอบคลุมน้ำมันจากรัสเซียและอิหร่านซึ่งยังคงถูกแบน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งระบายน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปออกจากอ่าวเปอร์เซียให้ได้มากขึ้น

ด้านบริษัทวิจัย เอนเนอร์จี แอสเปกต์ส (Energy Aspects) รายงานว่า คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้กล่าวผ่านคลิปวิดีโอในการประชุม World Petroleum Congress ณ กรุงริยาด สัปดาห์นี้ ยอมรับว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องนี้จริง เพื่อสกัดค่าระวางเรือที่พุ่งสูงจนกระทบต่อความต้องการซื้อน้ำมันดิบของสหรัฐฯ

ตามขั้นตอนแล้ว บริษัทที่ต้องการนำเรือเหล่านี้กลับมาใช้งานจะต้องยื่นขออนุญาตจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นรายกรณีไป แต่แรงผลักดันของปธน.ทรัมป์ที่ต้องการเร่งระบายดีเซลรัสเซียออกสู่ตลาดโลก อาจกลายเป็นแรงบีบให้หน่วยงานรัฐต้องเร่งอนุมัติการใช้เรือกลุ่มนี้

ปัจจุบัน ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งทะลุสถิติใหม่ เนื่องจากสงครามทั้งในยูเครนและสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่านได้ซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ และดันให้ต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันดิบสหรัฐฯ ไปยังเอเชียแพงลิ่ว จนโรงกลั่นในเอเชียสู้ต้นทุนไม่ไหว และจำต้องเบนเข็มไปสั่งซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางและลาตินอเมริกาแทน

อย่างไรก็ดี Energy Aspects ประเมินว่า การผ่อนปรนการคว่ำบาตรกองเรือเงาอาจไม่ได้ช่วยลดค่าระวางเรือลงมากนัก แต่อาจช่วยให้การขนถ่ายน้ำมันในตะวันออกกลางคล่องตัวขึ้น พร้อมมองว่า เรือบรรทุกน้ำมันเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสภาพเก่าและขาดการบำรุงรักษา จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะช่วยเพิ่มระวางบรรทุกให้แก่กองเรือพาณิชย์หลักได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเรือส่วนใหญ่ที่มีประวัติพัวพันกับรัสเซียหรือเวเนซุเอลาก็ยังคงลักลอบแล่นค้าขายอยู่อย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การคลายกฎอาจเพิ่มเรือได้เพียงเล็กน้อยเพื่อใช้วิ่งระยะสั้นลำเลียงน้ำมันข้ามช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับโอมานเท่านั้น ขณะที่แหล่งข่าวในแวดวงพาณิชยนาวีเตือนว่า นโยบายนี้คงช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งในวงกว้างได้ยาก เพราะบริษัทรับประกันภัยเรือยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบคว่ำบาตรที่เข้มงวดของสหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักร (UK) อยู่ตามเดิม

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ