เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของสิงคโปร์จะขยายตัว 5.7% ในปี 2569 ก่อนจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.6% ในปี 2570
รายงานของเอสแอนด์พี โกลบอล ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (15 ต.ค.) ระบุว่า การชะลอตัวของ GDP สิงคโปร์ในปี 2570 สะท้อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับสภาวะทางการเงินทั่วโลกที่ตึงตัวมากขึ้น และอุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนตัวลง
นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า ช่องว่างผลผลิตที่เป็นบวก (positive output gap) มีแนวโน้มจะแคบลงในปีหน้า แม้ว่าการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญก็ตาม
ขณะเดียวกัน แม้เศรษฐกิจสิงคโปร์จะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 4 แต่การเติบโตมีแนวโน้มจะไม่โดดเด่นเท่าที่ผ่านมา
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เอสแอนด์พี โกลบอลยังระบุด้วยว่า ภาคส่วนที่เน้นตลาดต่างประเทศและเชื่อมโยงกับ AI รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ น่าจะยังคงเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการก่อสร้างและบริการทางการเงินจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในภาคค้าปลีกและธุรกิจบริการอาหารที่อ่อนตัวลง บ่งชี้ว่าอุปสงค์ในประเทศไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่ตัวเลข GDP โดยรวมแสดงไว้
สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญนั้น รวมถึงราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะชะงักงันของการขนส่งทางเรืออันเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์ทั่วโลกที่ชะลอตัว โดยเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า การพึ่งพาพลังงานนำเข้า วัตถุดิบขั้นกลาง และอุปสงค์จากต่างประเทศ ทำให้สิงคโปร์มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ดี หากวัฏจักรขาขึ้นของ AI (AI upcycle) ดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนภาคการผลิต การส่งออก และภาคบริการที่เกี่ยวกับการค้าได้เช่นกัน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต