Farid Fezoua Global Director for Private Equity and Venture Capital International Finance Corporation (IFC) World Bank Group กล่าวในหัวข้อ AI and the Global Economy From Risk to Opportunity ว่า ในช่วงระยะเวลาเพียง 1 ปี มีสัดส่วนธุรกิจที่นำ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 71% จากเดิมที่ 41%
แต่สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จะตีความว่าธุรกิจนั้นๆ สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะในกลุ่มธุรกิจที่ใช้ AI มากกว่าครึ่งหนึ่งยังอยู่ในขั้นทดลอง หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพียงบางส่วนของการดำเนินงาน แต่ธุรกิจที่นำ AI เข้ามาใช้ในการทำธุรกิจอย่างจริงจังยังมีจำนวนค่อนข้างน้อย
จากสิ่งที่ปรากฎขึ้นข้างต้นสะท้อนให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเริ่มต้นใช้ AI กับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วย AI เพราะการนำเครื่องมือใหม่เข้ามาใช้งานอาจจะทำได้ไม่ยาก แต่การปรับกระบวนการทำงานให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจได้จริงถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์
โดยการนำ AI มาใช้นั้นถือว่ากำลังขยายตัวเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ทำให้โอกาสที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่เพียงการทำให้บริษัทเพียงแค่ทดลองการใช้ AI มากขึ้น แต่ต้องช่วยให้ธุรกิจปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีให้เหมาะกับตลาด ลูกค้า และปัญหาในท้องถิ่น ก่อนที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์และการมีโซลูชั่นใหม่ๆ ที่เกิดการใช้งานในวงกว้าง
อุปสรรคในการนำ AI มาใช้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องบุคลากรและความพร้อมของธุรกิจ โดยการศึกษาของ IFC พบว่าธุรกิจที่เริ่มใช้ AI แล้ว และธุรกิจที่ยังไม่ได้นำ AI มาใช้ ต่างมองเห็นถึงปัญหาการขาดบุคคลากรที่มีทักษะ ความสามารถในการทำงานกับเทคโนโลยี และศักยภาพของธุรกิจในการปรับตัว โดยเป็นปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงมากกว่าปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือกฎระเบียบ ขณะที่ต้นทุนของใช้ AI ก็เป็นอีกอุปสรรคที่สำคัญด้วยเช่นกัน
แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาเร็ว แต่คนและองค์กร ยังเป็นผู้กำหนดว่า AI จะสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการนำ AI มาใช้ไม่ได้จบลงที่การซื้อซอฟต์แวร์หรือสมัคร Subscription แต่ยังต้องอาศัยผู้บริหารที่เป็นผู้นำธุรกิจที่มีความเข้าใจเทคโนโลยี พนักงานที่มีทักษะ และการปรับวิธีทำงานภายในองค์กร Farid กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจที่ได้รับจาก AI มีการเปลี่ยนไปตามระดับการใช้งาน โดยที่ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้จะมุ่งไปที่การเพิ่ม Productivity เช่น ทำงานได้อย่างเร็วขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรที่น้อยลง แต่เมื่อธุรกิจนำ AI เข้ามาเป็นส่วนสำคัญมากขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับจะเริ่มเปลี่ยนจากการปรับปรุงการทำงานเดิมไปสู่การสร้างสินค้าและบริการใหม่ และการเข้าถึงลูกค้า หรือตลาดที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน
ทั้งนี้ IFC มองว่าการลงทุนด้าน AI ไม่ควรมุ่งไปที่บริษัทเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรสนับสนุนให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ นำ AI ไปใช้ด้วย โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในภาพรวม โดยที่กลุ่ม Venture Capital สามารถช่วยภาคธุรกิจได้มากกว่าการให้เงินทุน เพราะการเติบโตของภาคธุรกิจยังต้องอาศัยเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากร และการคำแนะนำทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้งานและขยายการเติบโตทางธุรกิจได้จริง
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล