สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศสมาชิกของ IEA ตกลงที่จะระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ท่ามกลางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ดี IEA ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการระบายน้ำมันดีเซลในแถลงการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดีเซลที่ IEA ประกาศระบายในวันนี้ (15 ต.ค.) เทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันดีเซลทั่วโลกไม่ถึงหนึ่งวัน หรือมากกว่าปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลของสหรัฐในระยะเวลา 5 วันเพียงเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ประกาศว่าจะนำน้ำมันดีเซลจำนวนมากออกสู่ตลาดภายในเวลา 20 วัน
หาก IEA ใช้กรอบเวลาดังกล่าว ประเทศสมาชิกจะต้องระบายน้ำมันดีเซลประมาณวันละ 1 ล้านบาร์เรล ติดต่อกันเป็นเวลาเกือบสามสัปดาห์
ทั้งนี้ IEA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส มีประเทศสมาชิกมากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ และประเทศพันธมิตรสำคัญในยุโรปและเอเชีย
IEA ก่อตั้งขึ้นในปี 2517 หลังกลุ่มประเทศอาหรับประกาศคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน โดย IEA มีภารกิจหลักในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ผ่านการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ เช่น สงครามในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก
รัฐบาลทรัมป์ได้กดดันให้ประเทศในยุโรประบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรอง หลังจากราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกันยายน
ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม อยู่ที่ 6.32 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่า 70%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงกับรัสเซียในการส่งออกน้ำมันดีเซลออกสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงดังกล่าวแทบจะไม่ช่วยให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลงได้มากนัก
กลุ่มประเทศ G7 ซึ่งมีฝรั่งเศสเป็นผู้นำ ได้ประกาศว่าจะระบายน้ำมันสำรองผ่านกลไกของ IEA เพื่อรับมือกับวิกฤตน้ำมันดีเซล แต่ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอน
นายแอนดี ลิโพว์ ประธานบริษัทลิโพว์ ออยล์ แอสโซซิเอตส์ กล่าวว่า การระบายน้ำมันสำรองของ IEA ไม่ได้แก้ไขปัญหาพื้นฐานที่สำคัญ นั่นคือ การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน เนื่องจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางและรัสเซียกำลังได้รับความเสียหาย ขณะที่โรงกลั่นในสหรัฐก็กำลังดำเนินการผลิตเต็มกำลังอยู่แล้ว
ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านและกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมีนาคม ประเทศสมาชิก IEA ได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากสงครามอิหร่าน
IEA ระบุว่า ประเทศสมาชิกได้ตกลงที่จะระบายน้ำมันสำรองส่วนที่เหลืออีก 100 ล้านบาร์เรล ตามปริมาณที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อเดือนมีนาคม โดยจะดำเนินการภายในเวลาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ภายในประเทศของสมาชิก
คณะกรรมการบริหารของ IEA ระบุว่า จนถึงขณะนี้มีการระบายน้ำมันสำรองออกมาแล้ว 330 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกบางแห่งได้ระบายน้ำมันสำรองมากกว่าปริมาณที่เคยให้คำมั่นไว้ในตอนแรก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองที่ระบายออกสู่ตลาดทั้งหมดจะสูงกว่าเป้าหมาย 400 ล้านบาร์เรลที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนมีนาคม
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ