ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) หลังรัฐมนตรีคลังอังกฤษยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาวินัยทางการคลัง ขณะที่การโยกเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นกลุ่มปลอดภัยท่ามกลางแรงเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ช่วยหนุนดัชนี FTSE 100
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,840.35 จุด เพิ่มขึ้น 115.49 จุด หรือ +1.08%
ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. หลังนักลงทุนหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่มปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของอังกฤษได้รับประโยชน์ เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ค่อนข้างจำกัด
นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนกำลังโยกเงินลงทุนไปยังธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยมากนัก ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ได้พึ่งพาการก่อหนี้มากเกินไป
หุ้นผู้ผลิตยารายใหญ่อย่าง AstraZeneca และ GSK ปรับตัวขึ้น 3.2% และ 2.9% ตามลำดับ
หุ้น Unilever ผู้ผลิตสบู่ Dove เพิ่มขึ้น 1.8% ขณะที่หุ้น British American Tobacco ผู้ผลิตบุหรี่ พุ่งขึ้น 2.5%
จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ กล่าวว่า งบประมาณที่จะประกาศในเดือนนี้จะมุ่งเสริมสร้างความสามารถของเศรษฐกิจในการรับมือกับความเสี่ยง พร้อมระบุว่าเขาและนายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม มีจุดยืนสอดคล้องกันในการรักษาวินัยทางการคลัง
ดัชนีหุ้นกลุ่มการเงิน ซึ่งรวมถึงหุ้นธนาคารที่มีน้ำหนักสูงในตลาด ปรับตัวขึ้น 0.3%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมปรับตัวลง 1.4% เนื่องจากราคาทองแดงอ่อนตัวลง
หุ้น Antofagasta ร่วงลง 4.1% หลังบริษัทเหมืองแร่จากชิลีรายงานว่า ผลผลิตทองแดงในไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หุ้น THG ซึ่งดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พุ่งขึ้น 16.3% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี
ส่วนหุ้น Mondi บริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์ ร่วงลง 7.9% หลังปรับขึ้นราคากระดาษหลายประเภทเพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษขยายตัว 0.1% ในเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับ AI สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะหดตัว 0.1%
ฮิว พิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กล่าวว่า นักลงทุนไม่ควรมองการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเวลานาน
นักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจความคิดเห็นคาดว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4% ในเดือนพ.ย.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช