-
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเช้านี้ (16 ต.ค.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกเช่นกัน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันไปซื้อหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นหุ้นปลอดภัย (Defensive Stocks)
ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่น [NIKKEI.X] เปิดบวก 0.8% สู่ระดับ 64,925.29 จุด และดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ [KOSPI.X] เปิดบวก 1.8% สู่ระดับ 5,653.99 จุด
-
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศสมาชิกของ IEA ตกลงที่จะระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ท่ามกลางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ดี IEA ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการระบายน้ำมันดีเซลในแถลงการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดีเซลที่ IEA ประกาศระบายเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) เทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันดีเซลทั่วโลกไม่ถึงหนึ่งวัน หรือมากกว่าปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ ในระยะเวลา 5 วันเพียงเล็กน้อย
-
ทำเนียบขาวสั่งให้ SpaceX จำกัดการใช้งานระบบดาวเทียม Starshield ซึ่งกองทัพยูเครนใช้ในการสื่อสารในสนามรบและปฏิบัติการโดรน โดยรอยเตอร์รายงานเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ว่า ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้รับข้อความแจ้งให้ชะลอการให้บริการ Starshield ของ SpaceX แก่กองกำลังยูเครน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุว่าใครในทำเนียบขาวเป็นผู้สั่งการ หรือหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการตามคำสั่ง
-
สำนักข่าว CBS News รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 3 คนและผู้ใหญ่ 1 คนเสียชีวิตจากเหตุยิงกันที่โรงเรียนประถมศึกษา Silver Rail ในเมืองเบนด์ รัฐโอเรกอนของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) โดยชีลา มิลเลอร์ โฆษกตำรวจเมืองเบนด์ กล่าวว่า ตำรวจได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 12.59 น. ตามเวลาท้องถิ่นว่า มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์นอกโรงเรียน ก่อนที่ภายในเวลาประมาณ 1 นาที จะมีผู้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน 911 หลายสายว่า มือปืนเข้าไปในโรงเรียนและเริ่มกราดยิง
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบผู้ต้องสงสัยถูกยิงอยู่ภายในโรงเรียน โดยแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ต้องสงสัยถูกบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้ยืนยันว่าใครเป็นผู้ยิงกระสุนนัดที่ทำให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต ก่อนหน้านี้ มิลเลอร์ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บ 2 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ แต่ยังไม่ทราบอาการ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
-
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (16 ต.ค.) ว่า จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่น ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.28 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 155,000 คนจากสิ้นปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นด้วยวีซ่าประเภทผู้จัดการธุรกิจในช่วงครึ่งแรกของปี ลดลงเหลือ 635 คน หรือลดลง 80.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังญี่ปุ่นปรับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการขอวีซ่าประเภทนี้เมื่อเดือนต.ค.ปีที่ผ่านมา
-
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อทำกำไร และหันไปลงทุนในพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด
ณ เวลา 23.03 น. ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 5.098% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.428% โดยราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
นักลงทุนพากันโยกเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดพันธบัตร ท่ามกลางกระแสการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งมีความวิตกต่อการที่บริษัทเทคโนโลยีลงทุนจำนวนมากในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มดังกล่าว หลังจากพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา
-
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.3% จากระดับ 5.6% ในเดือนส.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 1.3% ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.6% จากระดับ 0.5% ในเดือนส.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.0% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.4% จากระดับ 4.8% ในเดือนส.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.2% ในเดือนส.ค.
-
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนส.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 6.29% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 5.56% ในเดือนส.ค. โดยยอดค้าปลีกได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ หากไม่รวมยอดขายจากสถานีบริการน้ำมันและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย.
-
ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (16 ต.ค.)
เกาหลีใต้เปิดเผยอัตราว่างงานเดือนก.ย.
สิงคโปร์เปิดเผยยอดส่งออกไม่รวมน้ำมันเดือนก.ย.
ยูโรโซนเปิดเผยดุลการค้าเดือนส.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย.
สหรัฐฯ เปิดเผยราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ย. และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช