ดัชนี Jakarta Composite เปิดตลาดร่วงลงรุนแรงถึง 8% ในวันนี้ (16 ต.ค.) ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียประกาศใช้ Circuit Breaker เพื่อระงับการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที โดยดัชนีร่วงลงหลังจากบริษัท MSCI ประกาศเตรียมถอดตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจากกลุ่มดัชนีระดับโลก หลังประเมินว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียไม่ผ่านเกณฑ์การคงสถานะ ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อีกต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก
MSCI ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลกประกาศในวันนี้ว่า แผนการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสด้านโครงสร้างการถือหุ้นและพฤติกรรมการซื้อขายยังไม่มีความคืบหน้าเพียงพอ อีกทั้งมองว่าปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงเกินกว่าจะเพียงแค่ปรับลดชั้นลงสู่กลุ่ม ตลาดชายขอบ (Frontier Market)
ด้วยเหตุนี้ MSCI จึงเตรียมนำตลาดหุ้นอินโดนีเซียเข้าสู่กระบวนการปรับลดสถานะลงสู่ ตลาดเดี่ยว (Standalone Market) ซึ่งจะส่งผลให้หุ้นอินโดนีเซียถูกคัดออกจากดัชนีระดับโลกทั้งหมด และบีบให้ทั้งกองทุนเชิงรับที่ลงทุนอิงตามดัชนี (Passive Funds) รวมถึงกองทุนที่ใช้ดัชนีนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานวัดผลงาน (Benchmark) จำเป็นต้องเทขายหุ้นอินโดนีเซียออกมา
ทั้งนี้ Standalone Market เป็นสถานะสำหรับตลาดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของ MSCI ทั้งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และตลาดเกิดใหม่ชายขอบ โดยประเทศที่มีสถานะนี้ในปัจจุบัน ได้แก่ อาร์เจนตินา เลบานอน และปาเลสไตน์ ซึ่งยังไม่มีประเทศใดในเอเชียที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนี Jakarta Composite ร่วงลงอย่างหนัก และนำไปสู่การสั่งระงับซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก
นอกจากนี้ ข่าวดังกล่าวยังได้ฉุดสกุลเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 18,035 รูเปียห์ต่อดอลลาร์
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท