ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดพุ่ง 3.5% กังวลอุปทานตึงตัวมากขึ้นหลังตะวันออกกลางระอุ

ข่าวต่างประเทศ Saturday October 17, 2026 06:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 3.5% ในวันศุกร์ (16 ต.ค.) ท่ามกลางความกังวลว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจทำให้อุปทานน้ำมันตึงตัวมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนประเมินว่ารัสเซียจะสามารถส่งออกน้ำมันดีเซลสู่ตลาดโลกได้มากเพียงใด

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.44 ดอลลาร์ หรือ 3.51% ปิดที่ 101.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.94 ดอลลาร์ หรือ 3.72% ปิดที่ 109.86 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในระหว่างวันได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 4.9% ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 10.4%

Energy Aspects บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาระบุในรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลง โดยความกังวลเรื่องสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

Energy Aspects ระบุเพิ่มเติมว่า รายงานข่าวจากอิสราเอลชี้ว่า อิหร่านอาจกำลังเตรียมโจมตีก่อน หลังหน่วยข่าวกรองชาติตะวันตกตรวจพบความเคลื่อนไหวทางทหารที่ผิดปกติ แม้ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็ยิ่งตอกย้ำมุมมองของบริษัทว่า ความเสี่ยงจากการยกระดับความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องจะยังคงหนุนราคาน้ำมันดิบ

แนวร่วมที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำระบุว่า สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธนำวิถีที่ถูกยิงมุ่งหน้าไปยังเมืองยันบู ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลแดงได้ โดยท่าเรือแห่งนี้มีความสำคัญต่อความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการขนส่งน้ำมันโดยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้สามารถส่งน้ำมันสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

Rapidan Energy Group บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน ระบุว่า รายงานเบื้องต้นชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในเมืองยันบูยังไม่ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ความกังวลด้านอุปทานเพิ่มขึ้น หลังการโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงในช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยอิหร่านระบุว่ากำลังเพิ่มการโจมตีเพื่อตอบโต้การปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นซึ่งเริ่มใช้เมื่อเดือนที่แล้ว

นักวิเคราะห์จาก Kpler ระบุในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ว่า การโจมตีที่รุนแรงขึ้นของอิหร่านทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างมาก พร้อมคาดการณ์ว่า การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวช้าลงและไม่สม่ำเสมอ หากยังไม่มีข้อตกลงทางการเมืองที่ครอบคลุม

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดี หลังโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประกาศว่ารัฐบาลเคียฟจะยุติการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ครอบคลุมเป้าหมายด้านพลังงาน ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ประกาศ พร้อมวิจารณ์ความเต็มใจของทรัมป์ในการทำข้อตกลงกับรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมัน Ryazan ของรัสเซียระงับการดำเนินงานของหน่วยกลั่นน้ำมันดิบขั้นต้น หลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนในภูมิภาคดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงปะทุขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่ารัสเซียจะสามารถส่งน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดได้มากเพียงใด ปัจจัยทั้งสองทำให้นักลงทุนยังคงเข้าซื้อน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมัน ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) มีมติเมื่อวันพฤหัสบดีให้ระบายน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาด

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลเปิดให้บริษัทต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอขอยืมน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉินได้สูงสุด 17 ล้านบาร์เรล โดยบริษัทต้องนำน้ำมันมาคืนภายหลังตามเงื่อนไขของโครงการ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดและบรรเทาความกังวลด้านอุปทาน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ตกลงให้ยืมน้ำมันจากคลัง SPR จำนวน 172 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงวงกว้างกับสมาชิก IEA ราว 30 ประเทศ ที่จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองทั่วโลกออกสู่ตลาดรวม 400 ล้านบาร์เรล

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ