สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ (19 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดที่ยืดเยื้อระหว่างยูเครนกับรัสเซีย
ประชาชนประมาณ 550,000 คนได้เข้าร่วมในการประท้วงทั่วประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายกลุ่ม ทั้งเกษตรกร นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ สหภาพแรงงาน และนักศึกษา ซึ่งประชาชนเหล่านีน้ได้เรียกร้องในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ การศึกษา ไปจนถึงบริการสาธารณะ
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมรวม 2,397 คนระหว่างการประท้วง ฐานก่อเหตุรุนแรง นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารได้รับบาดเจ็บรวม 997 นาย
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศว่า รัฐบาลจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงระหว่างการประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ โดยกล่าวว่า ผู้ที่ทำลายข้าวของต้องจ่ายค่าเสียหาย ผู้ที่ปล้นสะดมต้องชดใช้
สกุลเงินยูโรยังถูกกดันจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างยูเครนกับรัสเซีย โดยกองกำลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในยูเครน ซึ่งมีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมทางทหารของประเทศ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงในวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เป้าหมายการโจมตีรวมถึงโรงงานซาโปริซสตัล (Zaporizhstal) ซึ่งเป็นโรงงานถลุงและแปรรูปโลหะสำคัญในแคว้นซาโปริซเซียของยูเครน ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดใช้น้ำมันเป็นฉนวน นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งในแคว้นซีโตมีร์ ซึ่งทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางทหารของยูเครน รวมถึงโรงงานถลุงและแปรรูปโลหะขนาดใหญ่ในเมืองครีวีริห์
ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้กล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ว่าพยายามกดดันให้ยูเครนยอมจำนนต่อรัสเซีย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช