มาครงเผชิญมรสุมการเมือง หลังจลาจลฝรั่งเศสจุดชนวนข้อครหารัฐบาลรับมือม็อบ

ข่าวต่างประเทศ Monday October 19, 2026 14:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส (ภาพ: Thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู เผชิญเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้าง หลังเหตุชุมนุมทั่วประเทศลุกลามกลายเป็นจลาจลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความพร้อมของรัฐบาลในการวางกำลังตำรวจและควบคุมสถานการณ์

รายงานระบุว่า ผู้เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ (17 ต.ค.) ประกอบไปด้วยประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนของสังคม ซึ่งรวมถึงนักเรียนที่ไม่พอใจในระบบการศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูง ก่อนสถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นการปะทะกับตำรวจ การทำลายทรัพย์สิน และการปล้นสะดมร้านค้าในหลายเมือง โดยมีผู้ถูกจับกุมเกือบ 2,400 คน

หลังเกิดเหตุ พรรคการเมืองจากฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างกล่าวโทษกัน โดยรัฐบาลกล่าวหากลุ่มซ้ายจัดว่าเป็นผู้ปลุกปั่นความรุนแรง ขณะที่ฝ่ายค้านวิจารณ์กระทรวงมหาดไทยว่าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ทั้งที่มีการนัดหมายชุมนุมล่วงหน้าหลายสัปดาห์

อีกประเด็นสำคัญที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักคือการเตรียมกำลังตำรวจ นักการเมืองฝ่ายค้านระบุว่า รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลการชุมนุมเพียง 10,000 นาย โดยเทียบกับช่วงการประท้วงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองซึ่งบางครั้งมีตำรวจมากกว่า 60,000 นาย อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ถูกต้องชัดเจน

บรูโน เรไตโย หัวหน้าพรรค Les Rpublicains พรรคขวาดั้งเดิมของฝรั่งเศส และอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย มองว่า รัฐบาลควรเตรียมความพร้อมให้ดีกว่านี้ หลังการประท้วงในโรงเรียนมัธยมดำเนินต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ และมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องแล้วกว่า 7,000 รายก่อนเกิดเหตุจลาจล

มาครงพยายามคลี่คลายสถานการณ์ผ่านการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) โดยระบุว่า เลอกอร์นูจะหารือกับนักเรียน นักศึกษา ผู้นำสหภาพแรงงาน และสมาชิกรัฐสภา เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะปรับปรุงแผนรักษาความปลอดภัยสำหรับการชุมนุมในอนาคต

ขณะเดียวกัน เลอกอร์นูกล่าวหากลุ่มฝ่ายซ้ายจัดว่าพยายามเพิ่มความตึงเครียดก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ส่วนโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีมหาดไทย ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุที่เคลื่อนตัวไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นกลุ่มที่ควบคุมได้ยาก ขณะที่เหตุปะทะทำให้ตำรวจและนักดับเพลิงได้รับบาดเจ็บรวมเกือบ 1,000 นาย

อย่างไรก็ตาม ฌอง-ลุค เมลองชง จากพรรค La France Insoumise ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายจัด โต้กลับว่า เลอกอร์นูต้องรับผิดชอบต่อความโกลาหลที่เกิดจากความไร้ความสามารถของรัฐบาล พร้อมกล่าวหารัฐบาลว่าอาจปล่อยให้ความรุนแรงบานปลายเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามและบั่นทอนข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง โดยย้ำว่าปัญหาสำคัญที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขคือการศึกษาและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ด้านมารีน เลอ แปน ผู้นำพรรค Rassemblement National ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด กล่าวว่า ฝรั่งเศสกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นและอำนาจรัฐ พร้อมประกาศว่าพรรคของเธอจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยจากสิ่งที่เธอเรียกว่า ความโกลาหล ภายใต้รัฐบาลมาครง อีกทั้ง เลอ แปน ยังพยายามเชื่อมโยงเหตุจลาจลกับปัญหาผู้อพยพ โดยชี้ว่าฝรั่งเศสได้รับผลกระทบจากการควบคุมผู้อพยพที่หละหลวม

เหตุจลาจลดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อร้านค้าและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ โดยร้านค้าราว 1,500 แห่งถูกปล้นสะดมหรือได้รับความเสียหาย ขณะที่ศาลาว่าการในเมืองลีลล์ มาร์กเซย และลิโมฌ ได้รับความเสียหายจากเหตุรุนแรง

กีโยม เกแร็ง นายกเทศมนตรีเมืองลิโมฌ ซึ่งศาลาว่าการถูกไฟไหม้ เรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันงบประมาณสำหรับการบูรณะอาคาร พร้อมขู่ว่าจะลาออกหากไม่ได้รับคำมั่นจากทำเนียบนายกรัฐมนตรีหรือทำเนียบประธานาธิบดีภายใน 48 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เหตุจลาจลครั้งนี้เกิดขึ้นราว 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเลอ แปน ผู้นำพรรคขวาจัด มีคะแนนนำในผลสำรวจ ขณะที่ผลสำรวจของอิปซอสส์ (Ipsos) ก่อนเกิดเหตุ ระบุว่า มาครงมีคะแนนนิยม 15% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งในปี 2560 ส่วนเลอกอร์นูมีคะแนนนิยม 22%

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ