มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียและยูเครนมุ่งหาทางยุติสงคราม หลังการสู้รบยืดเยื้อมานาน 4 ปี พร้อมเตือนว่า ความขัดแย้งอาจขยายวงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้ารุนแรงขึ้น
รูบิโอให้สัมภาษณ์ระหว่างเยือนอุซเบกิสถานวันนี้ (19 ต.ค.) โดยระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการเห็นสงครามยุติลง แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการประชุมระหว่างทรัมป์ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการยุติสงคราม จะเกิดขึ้นตามที่มีการรายงานหรือไม่
รูบิโอกล่าวว่า สงครามครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อฝ่ายใด และมีแต่สร้างความเสียหาย ทั้งยังเสี่ยงที่สถานการณ์จะบานปลายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเกิดจากปฏิบัติการก่อวินาศกรรมที่ผิดพลาด หรือโดรนที่สูญเสียการควบคุมจนล้ำเข้าไปในดินแดนของประเทศอื่น
รายงานระบุว่า รูบิโอเดินทางถึงเมืองซามาร์คันด์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อคืนวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกลุ่ม C5+1 ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐฯ และ 5 ประเทศในเอเชียกลาง ได้แก่ อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน โดยทรัมป์เคยเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำทั้ง 5 ประเทศที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ พยายามเป็นตัวกลางเจรจาข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย และผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อรัสเซีย ซึ่งทรัมป์อ้างว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยให้รัสเซียมีแรงจูงใจเข้าร่วมการเจรจา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าว ขณะที่รัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปรียพรรณ มีสุข