TIPAK ลุย Smart Factory ปักธง Zero Defect หั่นต้นทุน ดันบรรจุภัณฑ์มาร์จิ้นสูงรับอานิสงส์ E commerce-เทรนด์รักษ์โลก

ข่าวเศรษฐกิจ Monday October 19, 2026 16:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ [TIPAK] กล่าวว่า การรุกขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์ High-Value ที่มีมาร์จิ้นสูง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านโรงงานจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและผลักดันให้ TIPAK ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกแถวหน้าของประเทศภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทวางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย Zero Defect ลดของเสียในกระบวนการผลิตของโรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรีให้เป็นศูนย์ โดยมุ่งลดของเสียในกระบวนการผลิตให้ต่ำที่สุด ด้วยงบลงทุน 100 ล้านบาท ในปี 70 ซึ่งจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การยกระดับสายการผลิตอัตโนมัติ ช่วยลดความสูญเสีย (Waste) และเพิ่มความรวดเร็ว 2. ขับเคลื่อนดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ ซึ่งจะใช้ระบบ SCADA ในสายการผลิต ระบบบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance: PdM) และระบบติดตาม OEE แบบ Real-time เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที และ 3. ระบบควบคุมคุณภาพขั้นสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตและยกระดับอัตราการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน (Quality Rate) ให้สูงขึ้น

บริษัทวางเป้าหมายจะลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (ไม่รวมวัตถุดิบ) 1-3% ภายในปี 70 เทียบกับฐานปี 69 พร้อมเดินหน้ายกระดับโรงงานสู่การเป็น Smart Factory ด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบจากการเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนของบริษัทฯ มาจากวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเฉพาะกระดาษม้วนที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับแผนธุรกิจมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Mix Strategy) เพื่อยกระดับสัดส่วนยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมกล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) ให้มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ การป้องกันความชื้น, สารเคลือบฟังก์ชันพิเศษเพื่อยืดอายุผักและผลไม้, การยับยั้งเชื้อราและจุลินทรีย์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติต้านทานน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การพิมพ์ลายคุณภาพสูง และบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งระยะไกล ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในส่วนของแผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet) มุ่งรักษาระดับการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษลูกฟูกและกระดาษแข็งลูกฟูก และบรรจุภัณฑ์จากกระดาษยังมีทิศทางที่ดี โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก 69 เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นหนึ่งใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดัชนีผลผลิตขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกปี 69 แม้ภาคการผลิตโดยรวมเผชิญกับภาวะชะลอตัว และคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในปี 70 จะเติบโต 2.9% โดย Euromonitor คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด E-commerce ของประเทศไทยในอีก 5 ปี (ปี 68-73) จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 8% สู่ระดับ 1.82 ล้านล้านบาท ตลาดกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 4% สู่ระดับ 1.52 ล้านล้านบาท รวมทั้งเทรนด์รักษ์โลกคาดว่ามูลค่าตลาด Sustainable Paper Packaging ของกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) จะอยู่ที่ 44.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 72 เติบโตเฉลี่ยปีละ 8.0% (CAGR ปี 67-72)

ขณะที่โรงงานทั้ง 2 แห่งของบริษัทมีความพร้อมสูงสุดในการรองรับดีมานด์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันกว่า 140,000 ตัน/ปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ปี 68 อยู่ที่ 75% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 78% และ 80% ในปี 69 และ 70 ตามลำดับ ส่วนกล่องกระดาษลูกฟูกมีกำลังการผลิตกว่า 170 ล้านกล่อง/ปี และอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ในปี 68 อยู่ที่ 54% และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 56% และ 57% ในปี 69-70 ตามลำดับ ซึ่งการมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันด้วยโซลูชันแบบครบวงจร


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ