ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันจันทร์ (19 ต.ค.) ขณะที่หุ้นฝรั่งเศสร่วงหนักสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุจลาจลในหลายเมืองทั่วประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 639.56 จุด ลดลง 5.18 จุด หรือ -0.80%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,868.05 จุด ลดลง 88.65 จุด หรือ -1.11%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,319.77 จุด ลดลง 302.84 จุด หรือ -1.18%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,764.69 จุด ลดลง 117.21 จุด หรือ -1.08%
การประท้วงที่มีชนวนจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อฝรั่งเศสลดลง ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำและหนี้สินเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว
ความวุ่นวายในฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน ยังเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2570 และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ดัชนี STOXX 600 เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบตลอดเดือนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ความเสี่ยงทางการเมืองจะทำให้ตลาดมีความผันผวนในระยะใกล้
หุ้นกลุ่มธนาคารของฝรั่งเศสปรับตัวลงอย่างหนัก โดยหุ้น BNP Paribas, Societe Generale และ Credit Agricole ร่วงลงระหว่าง 2.5-3.4% ขณะที่หุ้น Carrefour ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีก ร่วงลง 2.2% และหุ้น Unibail-Rodamco-Westfield ผู้ประกอบการศูนย์การค้า ร่วงลง 2%
ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังส่งผลต่อตลาดหุ้นสเปน โดยดัชนีหุ้นหลักของประเทศลดลง 1.5% เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการเลือกตั้งก่อนกำหนดที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนหน้า
พรรคฝ่ายซ้ายจัดของสเปนแยกกันส่งรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ ซึ่งอาจทำให้เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีจากพรรคสังคมนิยม มีโอกาสน้อยลงที่จะรักษาตำแหน่งต่อไป เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลผสมฝ่ายซ้ายอาจทำได้ยากขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า สเปนยังเผชิญข้อจำกัดทางการเมืองในการจัดทำงบประมาณและปฏิรูปการคลัง แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าจะช่วยรองรับผลกระทบได้บางส่วน
หุ้นกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในตลาดยุโรป โดยหุ้นธนาคารเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุด หลังดัชนีหุ้นธนาคารลดลง 2.2% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็เผชิญแรงขายเช่นกัน โดยปรับตัวลง 1.5%
ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีเป็นดัชนีหลักเพียงกลุ่มเดียวที่ปิดในแดนบวก โดยเพิ่มขึ้น 0.7% ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวได้ดีกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระหว่างการเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากความกังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้เพื่อใช้จ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอติดตามผลประกอบการของบริษัทชั้นนำทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ โดย SAP บริษัทซอฟต์แวร์ของเยอรมนี, Barclays ธนาคารของอังกฤษ และ Nokia ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม มีกำหนดรายงานผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ส่วนในสหรัฐฯ ผลประกอบการของ Meta Platforms และบริษัทผู้ผลิตชิปอาจเป็นปัจจัยใหม่ที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้น
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Barclays ร่วงลง 3.5% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. หลัง Financial Times รายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษกำลังตรวจสอบกรณีที่ผู้ค้าของ Barclays อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อเอกชนที่มีสภาพคล่องต่ำไม่ตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้สินเชื่อดังกล่าวดูมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่เป็นจริง โดยประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังมีพนักงานภายในธนาคารแจ้งข้อกังวลต่อเรื่องดังกล่าว
ด้านหุ้น Mowi ผู้ผลิตปลาแซลมอนของนอร์เวย์ ปรับตัวขึ้น 3.5% หลังปริมาณผลผลิตปลาแซลมอนในไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช