รัฐบาลมาเลเซียยืนยันว่า ยังไม่มีข้อตกลงหรือข้อผูกพันในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่แอร์เอเชีย (AirAsia) สายการบินต้นทุนต่ำ แม้กำลังติดตามสถานะทางการเงินของบริษัทอย่างใกล้ชิด หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานปรับตัวสูงขึ้นและสายการบินรายงานผลขาดทุนรายไตรมาส
กระทรวงการคลังมาเลเซียระบุในคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (19 ต.ค.) ว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตกลงให้การสนับสนุนทางการเงินแก่แอร์เอเชียในรูปแบบใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันเงินกู้ การปล่อยสินเชื่อ หรือการอัดฉีดเงินจากภาครัฐ
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า แอร์เอเชียกำลังหารือกับรัฐบาลมาเลเซียเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอรับความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม โทนี เฟอร์นันเดส ผู้ร่วมก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชียชี้แจงว่า การหารือมุ่งเน้นไปที่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน เช่น ค่าธรรมเนียมสนามบินและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือทางการเงิน
กระทรวงการคลังระบุว่า รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ รวมถึงผลขาดทุนรายไตรมาสล่าสุดของแอร์เอเชีย ซึ่งมีสาเหตุจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลและอิหร่าน
รัฐบาลยังหารือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินอย่างสม่ำเสมอ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและด้านเทคนิค เช่นเดียวกับที่ดำเนินการกับธุรกิจภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลาง
กระทรวงการคลังระบุด้วยว่า หากบริษัทในภาคธุรกิจใดร้องขอความช่วยเหลือ รัฐบาลจะพิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ความยั่งยืนทางการคลังของรัฐบาล และการคุ้มครองเงินทุนสาธารณะ ภายใต้กฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
แม้ยังไม่มีข้อตกลงให้ความช่วยเหลือ แต่รัฐบาลยอมรับว่าแอร์เอเชียเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญของอุตสาหกรรมการบินมาเลเซีย โดยในปี 2568 แอร์เอเชียมีสัดส่วนราว 41% ของจำนวนผู้โดยสาร 104.5 ล้านคนที่เดินทางผ่านสนามบินภายใต้การบริหารของ Malaysia Airports Holdings และคิดเป็นเกือบ 60% ของจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศ
นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางการบินภายในมาเลเซีย โดยเฉพาะรัฐซาบาห์และรัฐซาราวักบนเกาะบอร์เนียว
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช