ตลาดหุ้นอินโดนีเซียฟื้นตัวในช่วงเช้าวันนี้ (20 ต.ค.) หลังจากตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียออกมาตรการใหม่ที่มุ่งป้องกันไม่ให้ MSCI ถอดตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจากกลุ่มดัชนีระดับโลก
ดัชนี Jakarta Composite (JCI) ดีดตัวขึ้น 3.2% เช้านี้ ฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงประมาณ 15% ในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 และตอกย้ำสถานะการเป็นตลาดหุ้นที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในโลก
ทั้งนี้ ดัชนีฟื้นตัวหลังจากตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียประกาศว่าจะถอดบริษัทที่มีสัดส่วนการถือหุ้นแบบกระจุกตัวสูง (highly concentrated ownership) ออกจากคำนวณดัชนี JCI นอกจากนี้ ทางตลาดจะขยายขอบเขตการเปิดเผยข้อมูลการถือหุ้น ด้วยการประเมินว่านักลงทุนที่ถือหุ้นอย่างน้อย 1% ของบริษัทจดทะเบียนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือไม่
เจฟฟรีย์ เฮนดริค ประธานบริหารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ระบุว่า ในปัจจุบัน หุ้นที่มีการถือหุ้นกระจุกตัวสูงคิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของน้ำหนักโดยรวมในดัชนี JCI พร้อมกับกล่าวว่า ทางตลาดจะประกาศกรอบเวลาสำหรับการถอดหุ้นกลุ่มดังกล่าวออกในเร็ว ๆ นี้ โดยหุ้นเหล่านี้จะยังคงซื้อขายได้ตามปกติ แต่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อดัชนี JCI อีกต่อไป
การประกาศมาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียและตัวแทนจากบริษัท MSCI เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.)
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลลงในระดับหนึ่ง หลังจากที่ MSCI ประกาศว่ากำลังพิจารณาปรับลดสถานะของอินโดนีเซียจาก ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็น ตลาดเดี่ยว (Standalone Market) ซึ่งรุนแรงกว่าคำเตือนเมื่อเดือนม.ค.ที่ระบุว่าจะปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ ตลาดชายขอบ (Frontier Market) โดย MSCI ได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นที่ไม่โปร่งใสและตั้งข้อสงสัยว่ามีการซื้อขายแบบร่วมมือกัน พร้อมระบุว่าการปฏิรูปที่ประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในปีนี้ ยังไม่มีความคืบหน้ามากพอ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์