คาดแบงก์ชาติอินโดฯ ถูกบีบให้ขึ้นดอกเบี้ยพรุ่งนี้ หลังคำขู่ MSCI ฉุดรูเปียห์อ่อน-ตลาดหุ้นร่วง

ข่าวต่างประเทศ Tuesday October 20, 2026 13:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) กำลังเผชิญกับแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) เนื่องจากคำเตือนของ MSCI ที่จะปรับลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียได้จุดชนวนให้เกิดการเทขายในตลาดหุ้นและสกุลเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย

MSCI ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลกประกาศเมื่อวันศุกร์ (16 ต.ค.) ว่าจะปรับลดสถานะของอินโดนีเซียจาก ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็น ตลาดเดี่ยว (Standalone Market) ส่งผลให้ดัชนี Jakarta Composite (JCI) ร่วงลงประมาณ 15% ในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นประมาณ 3% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (20 ต.ค.) หลังจากตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียมาตรการต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงความโปร่งใสของตลาด ซึ่งรวมถึงการถอดบริษัทที่มีสัดส่วนการถือหุ้นแบบกระจุกตัวสูง (highly concentrated ownership) ออกจากคำนวณดัชนี JCI

ส่วนค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงแตะระดับ 18,030 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งขยับเข้าใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ สกุลเงินรูเปียห์ร่วงลงไปแล้วประมาณ 8%

นักวิเคราะห์ต่างก็ทบทวนการคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ BI โดยล่าสุดซิตี้แบงก์ (Citibank) คาดการณ์ว่า BI จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% สู่ระดับ 6.25% ในการประชุมวันพรุ่งนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยยับยั้งการไหลออกของเงินทุนในตลาดหุ้นไม่ให้ลุกลามไปยังตลาดพันธบัตรและกระตุ้นให้นักลงทุนภายในประเทศถอนทุนออกจากตลาด

ขณะที่นักวิเคราะห์จากแคปิตอล อิโคโนมิกส์ (Capital Economics) และเพอร์มาทา แบงก์ (Permata Bank) ต่างก็คาดว่า BI จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 6% โดยนักวิเคราะห์ของแคปิตอล อิโคโนมิกส์ กล่าวว่า หาก BI ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ ก็เสี่ยงที่จะสร้างความผิดหวังแก่นักลงทุน และอาจกดดันให้สกุลเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอีก นอกจากนี้ หาก BI ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ก็อาจทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางกำลังยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง

ทั้งนี้ BI ได้คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนระยะเวลา 7 วัน (Seven-day Reverse Repurchase Rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 5.75% มาตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้

ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียได้พยายามรับมือกับความเสี่ยงที่จะถูก MSCI ถอดออกจากกลุ่มดัชนีระดับโลก โดยได้ออกมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการประกาศว่าจะถอดบริษัทที่มีสัดส่วนการถือหุ้นแบบกระจุกตัวสูง ออกจากคำนวณดัชนี JCI นอกจากนี้ ทางตลาดจะขยายขอบเขตการเปิดเผยข้อมูลการถือหุ้น ด้วยการประเมินว่านักลงทุนที่ถือหุ้นอย่างน้อย 1% ของบริษัทจดทะเบียนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือไม่

เจฟฟรีย์ เฮนดริค ประธานบริหารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ระบุว่า ในปัจจุบัน หุ้นที่มีการถือหุ้นกระจุกตัวสูงคิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของน้ำหนักโดยรวมในดัชนี JCI พร้อมกับกล่าวว่า ทางตลาดจะประกาศกรอบเวลาสำหรับการถอดหุ้นกลุ่มดังกล่าวออกในเร็ว ๆ นี้ โดยหุ้นเหล่านี้จะยังคงซื้อขายได้ตามปกติ แต่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อดัชนี JCI อีกต่อไป

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ