ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 111 ดอลลาร์/บาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุ 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทางภูมิรัฐศาสตร์ จากการที่กลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งรายงานการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย
ณ เวลา 18.32 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. บวก 5.42 ดอลลาร์ หรือ 5.23% สู่ระดับ 109.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 1.75 ดอลลาร์ หรือ 1.60% สู่ระดับ 111.30 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.
กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สนามบิน และฐานทัพทหาร โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตี ได้แก่ บริษัทซาอุดีอารัมโกในเมืองยันบู แหล่งน้ำมันชัยบาห์ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด และท่าอากาศยานอับฮา
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังได้โจมตีค่ายฝึกของกองกำลังรักษาความมั่นคงของรัฐบาลเยเมนในจังหวัดชับวา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 58 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 200 ราย
การกลับมาโจมตีอีกครั้งของกลุ่มฮูตีได้เพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาค และตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีต่ออุปทานพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Kpler ซึ่งเป็นบริษัทติดตามความเคลื่อนไหวของเรือ ระบุว่า มีรายงานเรือในอ่าวเปอร์เซียถูกโจมตีอย่างน้อย 18 ลำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลในวันพรุ่งนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ