BBL เผยกำไร Q3/69 ร่วง 31.2% ตามทิศทางดอกเบี้ยลด-กำไรเงินลงทุนวูบ ชูสินเชื่อธุรกิจใหญ่-ต่างประเทศพุ่ง คุม NPL นิ่ง-สำรองแกร่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday October 21, 2026 13:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ธนาคารกรุงเทพ [BBL] และบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 9,489.15 ล้านบาท ลดลง 31.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 13,789.47 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 69 มีกำไรสุทธิ 29,980.84 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 38,247.13 ล้านบาท ลดลง 21.6%

สำหรับไตรมาส 3/69 และ 9 เดือนปี 2569 กำไรปรับลดลงส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.47 จากงวด 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.81%

ทั้งนี้การขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์จากกิจกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 4.6 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 48.2 สำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

สิ้นเดือนกันยายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,692,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่า ด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 322.1 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการ ตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 จำนวน 3,221,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 83.6 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.5 ร้อยละ 17.1 และร้อยละ 17.1 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่ยังเติบโตดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังคงอ่อนแอ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มภาระค่าครองชีพและต้นทุนของภาคธุรกิจ สำหรับภาคบริการได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นทำให้ภาครัฐมีข้อจำกัดในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านนโยบายการคลัง ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมได้กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ

ท่ามกลางบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากอุทกภัยและปรากฏการณ์เอลนีโญ ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างในฐานะ เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน โดยยังคงมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจ ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีส่วนสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย อาทิ โครงการ SMEs Credit Boost เพื่อสร้างโอกาสให้ SME พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ