น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ (ASEANKorea Free Trade Area: AKFTA) โดยกระทรวงพาณิชย์ มุ่งปรับปรุงกติกาการค้าให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร การคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ และการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเจรจายกระดับความตกลง AKFTA ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ก.ย.- 1 ต.ค.69 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยอาเซียนและเกาหลีใต้มีความคืบหน้าในการเจรจาหลายด้าน ทั้งการค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากร และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อผลักดันให้การเจรจาบรรลุข้อสรุปในสาระสำคัญภายในปี 2570
สำหรับประเด็นสำคัญ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ร่างข้อบทด้านพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้ว 75% โดยมุ่งให้ขั้นตอนการค้าระหว่างประเทศมีความสะดวก ชัดเจน และเอื้อต่อผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเฉพาะ SME ที่ต้องบริหารต้นทุนและระยะเวลาในการนำเข้า-ส่งออก
อย่างไรก็ดี ตัวเลข 75% เป็นความคืบหน้าเฉพาะร่างข้อบทด้านศุลกากรเท่านั้น ไม่ใช่ความคืบหน้าของความตกลงทั้งฉบับ และไม่ใช่การลดอัตราภาษี
ขณะเดียวกัน การเจรจาด้านการแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค มีความคืบหน้าประมาณ 67% ของร่างข้อบทในด้านดังกล่าว พร้อมเห็นชอบให้นำประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์เข้าสู่การพิจารณา เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ยังเป็นขั้นตอนการเจรจา ไม่ใช่การประกาศใช้สิทธิ หรือมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อออนไลน์เพิ่มเติม
น.ส.ลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความตกลง AKFTA เดิมมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิทางการค้าภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันได้ตามปกติ ส่วนการเจรจาครั้งนี้ เป็นการปรับปรุงความตกลงเดิมให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายสรุปสาระสำคัญของการเจรจาภายในปี 2570 และเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไปในเดือนธ.ค.69 ขณะที่ไทยเสนอเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งที่ 5 ในเดือนมี.ค.70 ที่กรุงเทพฯ
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับความตกลงการค้าเสรี ที่สร้างประโยชน์แก่ทั้งผู้ประกอบการ และประชาชน โดยไม่ได้มุ่งเพียงการลดภาษี แต่เป็นการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมความเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์ ทั้งนี้ สิทธิและกติกาใหม่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาและยังไม่มีผลใช้บังคับ จึงขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงในอนาคต รองโฆษกรัฐบาล ระบุ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์