ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุในวันนี้ (21 ต.ค.) ว่า บรรดาบริษัทที่ก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) ควรจ่าย เงินปันผล ตอบแทนคืนสู่ชุมชนท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งโครงการ หากต้องการให้โครงการเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่
ผมเฝ้าติดตามเรื่องนี้มาตลอด ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เคยโดนยี้ในบางพื้นที่ พอบรรลุข้อตกลงเรื่องเงินกันได้ คนก็ชอบกันถล่มทลายทันที ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social)
ในเวลานี้ บรรดาศูนย์ข้อมูลซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นจุดขัดแย้งทางการเมืองในชุมชนทั่วประเทศ เนื่องจากโครงการเหล่านี้ต้องใช้น้ำและพลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากทุกขั้วอุดมการณ์ทางการเมืองต่างพร้อมใจกันออกมาคัดค้าน
ด้านรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนา AI เพื่อแข่งขันกับจีน ก็เริ่มสังเกตเห็นกระแสความรู้สึกของโหวตเตอร์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยทรัมป์โพสต์ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งใหม่ ๆ ซึ่งบางแห่งใหญ่โตมโหฬาร ผมสั่งการเลยว่าต้องผลิตไฟฟ้าใช้เอง และต้องเอาไฟส่วนเกินมาแจกฟรีหรือขายคืนให้กับชุมชนแถวนั้น หรือไม่ก็ส่งเข้าโครงข่ายไฟฟ้า
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าของตนเองสำหรับศูนย์ข้อมูล เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากภาระค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน แอนโทรปิก (Anthropic) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI และ อีลอน มัสก์ ต่างเปิดเผยแนวทางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์จากการเติบโตของเทคโนโลยี AI คืนสู่สังคม โดยแอนโทรปิก ผู้พัฒนาโมเดล Claude ประกาศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่าจะจัดสรรหุ้นของบริษัท 5% เข้าสู่กองทุนใหม่เพื่อ ประโยชน์สาธารณะ
ส่วนมัสก์ได้ให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 ต.ค.) ว่า จะมอบหุ้นบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) คนละ 1 หุ้นให้แก่ เด็กทุกคนในอเมริกา โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กำลังถูกจับตามองและถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสาธารณชน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข