คณะผู้ดูแลและพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ PHP ซึ่งเป็นภาษาหลักที่มีการนำไปใช้พัฒนาเว็บไซต์อย่างกว้างขวางทั่วโลก ได้แจ้งในวันนี้ (21 ต.ค.) ว่า กำลังจะออกโปรแกรมแก้ไข (Patch) ช่องโหว่ร้ายแรงขั้นวิกฤตจำนวน 2 รายการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหภาพยุโรปได้กล่าวเตือนว่า หากหน่วยงานใดไม่สามารถนำแพตช์นี้มาปรับปรุงระบบได้ทันท่วงที ก็ควรปิดเว็บไซต์ที่อาจได้รับผลกระทบลงชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันอาศัยภาษา PHP เป็นหลักสำคัญ จึงทำให้เกิดความวิตกกังวลตลอดทั้งวันที่ผ่านมาว่าบรรดาเว็บไซต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้อาจตกเป็นเป้าการโจมตีหรือเจาะระบบทางไซเบอร์ขั้นรุนแรงได้
ทางผู้พัฒนาภาษา PHP ได้ชี้แจงในรายงานความปลอดภัยว่า ช่องโหว่ทั้ง 2 จุดนี้จัดว่ามีความรุนแรงสูงถึงระดับ 9.2 ตามเกณฑ์วัดมาตรฐานความปลอดภัย (CVSS v4.0) พร้อมทั้งเตือนให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเกรดระบบของตนโดยเร็วที่สุดทันทีที่ตัวอัปเดตออกมา
ทั้งนี้ ได้กำหนดการเผยแพร่แพตช์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวในวันนี้ เวลา 14.00 น. ตามเวลา GMT (ตรงกับเวลา 21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
ทางด้าน เดน เน็คต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัทคลาวด์แฟลร์ (Cloudflare) ซึ่งดูแลความปลอดภัยบนเครือข่ายเว็บและระบบคลาวด์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มพบสัญญาณการโจมตีเข้ามาบ้างแล้ว ทางบริษัทจึงเร่งปรับปรุงกฎของระบบไฟร์วอลล์ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางก่อน
ขณะเดียวกัน ทีมรับมือเหตุฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์แห่งสหภาพยุโรป (CERT-EU) ได้ออกหนังสือเตือนตั้งแต่เมื่อวันอังคาร (20 ต.ค.) ว่า ความรุนแรงระดับ 9.2 นั้น ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการสั่งรันโค้ดจากระยะไกลโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดอันตรายบนระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ทั้ง CERT-EU และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของออสเตรเลีย (ACSC) ต่างระบุตรงกันว่า ภาษา PHP ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ PHP 5 เป็นต้นมา อาจได้รับผลกระทบทั้งหมด แม้ว่าในเบื้องต้นทางผู้พัฒนาจะยังไม่ได้ระบุชี้ชัดลงไปว่ามีเวอร์ชันใดบ้างที่ตกอยู่ในความเสี่ยงก็ตาม
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท