ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 360.21 จุด, Nasdaq พุ่งกว่า 1% รับผลประกอบการ SpaceX

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 22, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (21 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท SpaceX และ Super Micro Computer ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,856.09 จุด เพิ่มขึ้น 360.21 จุด หรือ +0.69%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,757.17 จุด เพิ่มขึ้น 44.60 จุด หรือ +0.58%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,702.86 จุด เพิ่มขึ้น 278.04 จุด หรือ +1.05%

หุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีอวกาศและจรวดของอีลอน มัสก์ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 7.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 3 พุ่งขึ้นถึง 161% โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจ AI นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ระบุว่า SpaceX และ Tesla ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทที่เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ โดยข่าวดังกล่าวยังช่วยหนุนหุ้น Tesla ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.4%

ความเคลื่อนไหวนี้ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับกระแสคาดการณ์ที่มีมานานหลายปีว่า มัสก์จะรวมอาณาจักรธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจาก SpaceX เข้าซื้อกิจการ xAI เมื่อเดือนก.พ. และเดินหน้าเสนอขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

หุ้น Super Micro Computer ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งขึ้น 9.6% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทคาดการณ์รายได้และอัตรากำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการ AI ยังคงแข็งแกร่ง

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Super Micro Computer ยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเดียวกัน โดยหุ้น Hewlett Packard Enterprise (HPE) ปรับตัวขึ้น 3.7% และหุ้น Dell Technologies พุ่งขึ้น 5.3%

นักวิเคราะห์จากบริษัท Edward Jones ให้ความเห็นว่า ข่าวของ SpaceX และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Super Micro Computer ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ AI ซึ่งแม้ว่ารายงานเหล่านี้อาจไม่สามารถตอบทุกคำถามที่นักลงทุนมีต่อความยั่งยืนของการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.9% ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2% หลังจากเคลื่อนตัวผันผวนตลอดทั้งเดือน และร่วงลงติดต่อกันยาวนานถึง 8 วันทำการ

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.3% และส่งผลให้ดัชนี S&P500 ลดช่วงบวก โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทด้านการสื่อสารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงหุ้น AT&T ดิ่งลง 6.5%, หุ้น T-Mobile ร่วงลง 2.5%, หุ้น Verizon Communications ลดลง 2.2%

หุ้น Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงภาพยนตร์และซีรีส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 5.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด

ส่วนหุ้น Abbott Laboratories ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ปรับตัวลง 1.9% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์การเติบโตของยอดขายในปี 2569

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ