ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์กทองแดงปิดลบ 0.36% ดอลล์แข็งกดดันราคา แม้กังวลคนงานเหมืองแคนาดาจ่อสไตรก์

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 22, 2026 09:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (21 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี ช่วงขาลงถูกจำกัดด้วยความกังวลด้านอุปทาน หลังจากสหภาพแรงงานของเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดาขู่ผละงานประท้วงในวันเสาร์นี้ (24 ต.ค.)

ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.40 เซนต์ หรือ -0.36% ปิดที่ 6.5795 ดอลลาร์/ปอนด์

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.08% แตะที่ระดับ 101.78 โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้สัญญาทองแดงซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นและลดความน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 27-28 ต.ค. นี้ รวมถึงการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่อไป

อย่างไรก็ดี การปรับตัวลงของราคาทองแดงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากความวิตกต่อภาวะอุปทานตึงตัว ภายหลังสหภาพแรงงาน ยูไนเต็ด สตีลเวิร์กเกอร์ส สาขา 7619 (United Steelworkers Local 7619) ได้ยื่นหนังสือแจ้งเตือนเตรียมผละงานประท้วงอย่างเป็นทางการที่เหมืองไฮแลนด์ วัลเลย์ คอปเปอร์ (Highland Valley Copper) ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดของแคนาดา ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เทค รีซอร์สเซส จำกัด (Teck Resources Ltd.)

การผละงานประท้วงอาจเริ่มต้นขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเวลา 08.00 น. ของวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้ ตามเวลาแปซิฟิก หลังข้อตกลงร่วมด้านการจ้างงานฉบับเดิมสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา

ทางด้าน เทค รีซอร์สเซส ระบุในแถลงการณ์ว่า การดำเนินงานภายในเหมืองยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ และทางบริษัทได้เตรียมแผนรับมือฉุกเฉินไว้เพื่อดูแลความปลอดภัยและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างการเคลื่อนไหวด้านแรงงาน พร้อมย้ำความมุ่งมั่นที่จะเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ เหมืองไฮแลนด์ วัลเลย์ คาดว่าจะมีผลผลิตทองแดงราว 115,000 ถึง 135,000 เมตริกตันในปี 2569 นี้ และถือเป็นแหล่งป้อนผลผลิตทองแดงที่สำคัญของภูมิภาคอเมริกาเหนือ แม้จะมีขนาดการผลิตเล็กกว่าเหมืองระดับแนวหน้าของโลกอย่างเหมืองเอสคอนดิดา (Escondida) ในชิลี หรือเหมืองกราสเบิร์ก (Grasberg) ในอินโดนีเซียก็ตาม

ความตึงเครียดด้านแรงงานดังกล่าวถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่สะท้อนว่า การที่ราคาทองแดงพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้กระตุ้นให้คนงานเรียกร้องส่วนแบ่งผลกำไรที่สูงขึ้น ท่ามกลางอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัวจากปัญหาและอุปสรรคด้านการดำเนินงานและการผลิต

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ