เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของสหรัฐฯ รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ลดลง 43% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ยังคงทรงตัว ท่ามกลางยอดส่งมอบรถยนต์ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
รายงานผลประกอบการล่าสุดของเทสลาในวันพุธ (21 ต.ค.) ระบุว่า รายได้รวมอยู่ที่ 2.805 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย. เมื่อเทียบกับระดับ 2.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า ถือเป็นการปรับตัวลงเล็กน้อย 0.2%
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานร่วงลง 56% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 718 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลด (diluted earnings per share) ลดลงเหลือ 22 เซนต์ จากระดับ 39 เซนต์
เทสลาระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับโครงการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงค่าตอบแทนในรูปหุ้นที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากเครดิตด้านกฎระเบียบที่ลดลง
ขณะเดียวกันบริษัทรายงานรายจ่ายด้านการลงทุนในไตรมาส 3 ที่ระดับ 4.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า เนื่องจากบริษัทยังคงลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และโครงการอื่น ๆ
ในไตรมาสดังกล่าว รายได้จากธุรกิจยานยนต์ของเทสลาลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2.056 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 2.121 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า โดยบริษัทส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกได้ 486,532 คัน ลดลงประมาณ 2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 464,391 คัน
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป เทสลาระบุว่า บริษัทจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้สูงสุด พร้อมเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ หุ่นยนต์ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และระบบกักเก็บพลังงาน
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช