ศาลสั่ง Meta จ่ายค่าปรับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ คดีหลอกลวงเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งาน

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 22, 2026 13:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ผู้พิพากษาในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ให้บริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ต้องจ่ายค่าปรับให้แก่รัฐนิวเม็กซิโกเป็นจำนวนเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากคณะลูกขุนพิจารณาเห็นว่า บริษัทได้กระทำความผิดฐานหลอกลวงผู้บริโภคเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ซึ่งนับเป็นโทษปรับทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

การฟ้องร้องนี้มีที่มาจากข้อกล่าวหาว่า บริษัท เคมบริดจ์ แอนาลิติกา (Cambridge Analytica) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองของอังกฤษที่เคยช่วยงานหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2559 ได้รับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) หลายล้านคนโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม โดยรัฐนิวเม็กซิโกได้ยื่นฟ้องร้องบริษัทเมตา เนื่องจากหลอกลวงผู้ใช้เฟซบุ๊กในรัฐของตนว่า มีผู้ใดบ้างที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้

ฟรานซิส แมทธิว ผู้พิพากษาได้ระบุในคำสั่งศาล ซึ่งมีขึ้นหลังจากคณะลูกขุนตัดสินเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 3 สัปดาห์ มีความตอนหนึ่งว่า การกระทำผิดของเฟซบุ๊กเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบต่อเนื่องหลายปี และเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทโดยตรง

ตามข้อกฎหมายของรัฐ ผู้พิพากษาแมทธิวเห็นว่า เมตาสมควรถูกปรับเป็นเงินมากกว่า 2.19 แสนล้านดอลลาร์ แต่ได้ปรับลดลงมาเหลือ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ทางด้าน ซี.เจ. มาโฮนีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทเมตาระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทยังมีความมั่นใจว่าจะชนะคดีเมื่อถึงเวลายื่นอุทธรณ์ พร้อมระบุว่า

คำตัดสินของศาลรวมถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายของอัยการสูงสุด ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะดำเนินธุรกิจในรัฐนิวเม็กซิโกต่อไป แท้ที่จริงแล้ว การฟ้องร้องคราวนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการเก็บภาษีจากเสรีภาพในการพูด เพื่อหวังจะตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาบังคับว่า ใครจะพูดอะไรบนโลกออนไลน์ได้บ้าง

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ