บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย หุ้นกู้ และ หุ้นกู้ดิจิทัล รวม 6 ชุด เต็มวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ด้วยปริมาณความต้องการจองซื้อร่วม 42,000 ล้านบาท หรือเกินมูลค่าเสนอขายกว่า 2.1 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจ โดยบริษัทมีแผนนำเงินไปชำระคืนหนี้ที่จะครบกำหนด และสนับสนุนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขาย หุ้นกู้ และ หุ้นกู้ดิจิทัล ทั้ง 6 ชุด วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ลงทุนรายย่อยที่เป็นประชาชนทั่วไป ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ด้วยปริมาณความต้องการจองซื้อร่วม 42,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.1 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย ขณะที่หุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน โดยมียอดจองซื้อเต็มวงเงิน 1,500 ล้านบาท ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพและความแข็งแกร่งของ GULF ทั้งนี้ทางบริษัทขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่าน ที่ให้ความสนใจในหุ้นกู้ของ GULF อย่างล้นหลาม สำหรับเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด ควบคู่กับการสนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ ทั้งในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น Data Center, Cloud และ AI เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
สำหรับหุ้นกู้ที่บริษัทเสนอขายในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 6 ชุด ได้แก่
1) หุ้นกู้อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย (Zero Coupon Bond) อัตราคิดลดร้อยละ 1.83 ต่อปี มูลค่า 3,000 ล้านบาท
2) หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.10 ต่อปี มูลค่า 3,000 ล้านบาท
3) หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.33 ต่อปี มูลค่า 6,000 ล้านบาท
4) หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.80 ต่อปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท
5) หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.80 ต่อปี มูลค่า 2,000 ล้านบาท และ
6) หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.00 ต่อปี มูลค่า 4,500 ล้านบาท
โดยหุ้นกู้ทั้ง 6 ชุดดังกล่าว มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 2.45 และอายุเฉลี่ยหุ้นกู้เท่ากับ 6.03 ปี
การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินชั้นนำ 8 แห่ง ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ,ธนาคารกรุงไทย ,ธนาคารกสิกรไทย ,ธนาคารไทยพาณิชย์ ,ธนาคารยูโอบี ,ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบล.เอเซีย พลัส