ภาวะตลาดเงินบาท : ปิด 33.70 อ่อนค่าจากช่วงเช้า รับราคาทองย่อตัว คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 33.60-33.80

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday October 22, 2026 17:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.70 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.60 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า โดยแกว่งในกรอบ 33.58 33.70 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าตามสถานการณ์ราคาทองคำตลาดโลกที่ร่วงลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคมีทั้งอ่อนค่า และแข็งค่าสลับกันไป

สำหรับคืนนี้ ทางฝั่งสหรัฐฯ มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ในภาพใหญ่สัปดาห์หน้า นักลงทุนจับตามติการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ เช่น การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยในส่วนของ กนง.นั้น ตลาดมองว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมที่ 1%

นักบริหารเงิน คาดว่า ต้นสัปดาห์หน้า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 33.80 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.83 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.21 เยน/ดอลลาร์

เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1220 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1230 ดอลลาร์/ยูโร

ดัชนี SET ปิดที่ 1,562.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.58 จุด (+0.42%) มูลค่าซื้อขาย 67,157.61 ล้านบาท

สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,455.42 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีกระแสข่าวการเปลี่ยนตัว นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์

รมว.คลัง ฉายภาพผลสำเร็จจากการที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) สะท้อนให้ประชาคมโลกเห็นประจักษ์ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมเพียงพอ แนะใช้โอกาสนี้สร้างประเทศไทยให้เกิด Second Take-off

สถาบันยุทธศาสตร์การค้า ม.หอการค้าไทย ประเมินว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ถึง 17.8% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี 2 เครื่องยนต์หลักที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต คือ การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ในระดับสูงที่ และการส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตามกระแส AI และ Data Center

สถาบันยุทธศาสตร์การค้า ม.หอการค้าไทย ประเมินการส่งออกไทย ในปี 2570 มีโอกาสชะลอตัวลงมาเหลือ 7.4% ที่มูลค่า 4.3 แสนล้านดอลลาร์ อันเนื่องจากผลของฐานที่สูงในปีนี้ ส่วนการนำเข้า คาดว่าจะขยายตัว 8.2% ที่มูลค่า 4.78 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ทั้งปี 70 มีแนวโน้มจะขาดดุลการค้าต่อเนื่องที่ 48,000 ล้านดอลลาร์

ม.หอการค้าไทย ไม่กังวลแนวโน้มยอดขาดดุลการค้าของไทยในระดับสูง ทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 69 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 70 เนื่องจากมองว่า เป็นการขาดดุลจากการเร่งนำเข้าสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้า และเป็นการนำเข้ามาเพื่อผลิตและส่งออก ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกกับการส่งออกไทยในระยะต่อไปมากกว่า

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และปากีสถาน จะหดตัว 1.3% ในปี 2569 จากผลกระทบของสงครามที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการผลิตพลังงาน การขนส่งทางเรือ การท่องเที่ยว การค้า และความเชื่อมั่นในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม IMF คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัว 6.6% ในปี 2570 หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุในรายงาน Asia-Pacific Climate Report 2026: Coastal Risks on the Rise-Actions for a Resilient Future ว่า หากไม่มีการปรับตัวรับมือที่เหมาะสม มูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมชายฝั่งในแต่ละปีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าภายในปี 2593 และพุ่งสูงขึ้นเกือบ 20 เท่าภายในปี 2643

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3% หลังจากที่ได้ปรับขึ้นติดต่อกัน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและการส่งออกที่แข็งแกร่ง

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (reverse repurchase rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.5% สู่ระดับ 5.50% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น และพยุงสกุลเงินเปโซที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญคืนนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนฝั่งยูโรโซน รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น เดือนต.ค.

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ